รู้ไว้ไม่โดนปรับ! สรุปสัญลักษณ์ป้ายห้ามจอดแต่ละแบบ และกฎหมายที่คนขับรถต้องรู้
ปกติขับรถในเมืองทีไร หาที่จอดรถยากจนเผลอจอดผิดที่ทุกที! แต่รู้หรือไม่ว่าสัญลักษณ์ ป้ายห้ามจอด และสีขอบฟุตบาทบนถนน มีรายละเอียดที่กฎหมายระบุไว้ชัดเจน หากละเมิดอาจโดนใบสั่ง ล็อกล้อ หรือยกรถ บทความนี้ เงินให้ใจ จะพามารู้จักสัญลักษณ์จราจรเหล่านี้ จะได้เซฟเงินในกระเป๋าของคุณไว้จะได้ไม่ต้องเอาเงินไปจ่ายค่าปรับครับ
ทำไมถึงควรสังเกต "ป้ายห้ามจอด" บนท้องถนน สำคัญอย่างไร
การสังเกตป้ายห้ามจอด บนท้องถนนไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการทำตามกฎหมายจราจรเท่านั้นนะครับ แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการจอดรถกีดขวางช่องทางจราจร
นอกจากนี้ สำหรับคนทำมาหากินที่ใช้รถยนต์หรือรถกระบะ การเผลอไปจอดในที่ห้ามจอด อาจหมายถึงการต้องเสียค่าปรับ หรือเสียเวลาทำมาหากินหากโดนล็อกล้อหรือยกรถ ซึ่งไม่คุ้มกันเลยครับ ดังนั้น การทำความเข้าใจความหมายของป้ายห้ามจอดรถแต่ละประเภท จึงเป็นทักษะพื้นฐานที่ผู้ใช้รถทุกคนควรมีติดตัวไว้ครับ

สรุป "ป้ายห้ามจอด" แต่ละประเภท มีอะไรบ้าง?
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับป้ายวงกลมสีแดง แต่จริง ๆ แล้วป้ายห้ามจอดมีหลายประเภท ซึ่งป้ายห้ามจอดที่มักจะพบเจอได้บ่อย ๆ มี 4 ประเภทด้วยกัน แต่ละแบบมีความหมายต่างกันอย่างไร เงินให้ใจสรุปมาให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้
1. ป้ายห้ามจอดตลอดแนว
ป้ายนี้หมายถึง "ห้ามจอดตลอดแนว" ตั้งแต่จุดที่ติดตั้งป้ายเป็นต้นไปครับ ซึ่งหากผู้ใช้รถคนไหนเห็นป้ายนี้แล้วเผลอจอดไปไม่ต้องตกใจนะครับ ถ้ามีเหตุต้องจอดเพราะความจำเป็น เช่น จอดหยุดรถเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสาร หรือยกของขึ้นลงชั่วคราวนั้น ในกรณีแบบนี้สามารถจอดได้ โดยต้องใช้เวลาทำธุระนั้นไม่เกิน 3 นาที เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
2. ป้ายห้ามจอดเฉพาะบางประเภทของยานพาหนะ
สังเกตง่าย ๆ คือจะมีรูปหรือข้อความระบุประเภทรถไว้กลางป้ายครับ หมายถึงบริเวณนี้ "ยกเว้นให้รถบางประเภทจอดได้ แต่ห้ามรถที่ระบุในป้ายจอด" เช่น ป้ายห้ามจอดเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือป้ายห้ามจอดเฉพาะรถโดยสารประจำทาง เพื่อความคล่องตัวของพื้นที่นั้น ๆ
3. ป้ายห้ามจอดเฉพาะบางวัน
นอกจากจะห้ามตามเวลาแล้ว บางจุดยังมีการ "ห้ามจอดตามวันที่กำหนด" ด้วยครับ โดยจะมีตัวเลขหรือข้อความระบุไว้ชัดเจนกลางป้าย เช่น ห้ามจอดเฉพาะวันคู่ วันคี่ หรือป้ายห้ามจอดเฉพาะวันหยุดราชการ
4. ป้ายห้ามจอดตามช่วงเวลา
ป้ายประเภทนี้จะมีการระบุเวลาไว้ชัดเจน เช่น "ห้ามจอด 06.00 - 09.00 น." หรือ "ห้ามจอด 16.00 - 20.00 น." ซึ่งมักจะอยู่ตามถนนเส้นหลักที่มีการจราจรหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วนครับ นอกเหนือจากช่วงเวลาที่ระบุไว้ ก็สามารถจอดได้ตามปกติ (แต่ต้องสังเกตป้ายอื่นๆ ประกอบด้วยนะครับ)
ดูป้ายอย่างเดียวไม่พอ! สีเส้นขอบฟุตบาทบอกอะไร?
นอกจากจะมองหาสัญลักษณ์ห้ามจอดแบบป้ายแล้ว สีที่ทาอยู่บนขอบฟุตบาทก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องหมายจราจรที่สำคัญไม่แพ้กัน
เส้นขาว-แดง
ถ้าเห็นขอบฟุตบาททาสีขาวสลับแดงเมื่อไหร่ ให้จำไว้เลยว่านี่คือเขต "ห้ามหยุดรถและห้ามจอดรถทุกกรณี" ครับ โดยห้ามจอดแช่ ห้ามจอดรอ หรือแม้แต่จอดรับ-ส่งก็ไม่ได้ครับ
เส้นขาว-เหลือง
สีขาวสลับเหลือง หมายถึง "ห้ามจอดรถ แต่สามารถหยุดรับ-ส่งผู้โดยสารได้ชั่วคราว" เพราะบริเวณนี้มักจะเป็นจุดจอดรถประจำทาง หรือจุดที่ให้รถรับจ้างสามารถจอดรับ-ส่งคนได้ แต่ไม่อนุญาตให้จอดแช่ทิ้งไว้
เส้นขาว-ดำ
สีขาวสลับดำ หมายถึง "จอดได้" ครับ แต่มีข้อแม้ว่าต้องจอดชิดขอบทาง และต้องไม่กีดขวางการจราจร รวมถึงต้องไม่เป็นบริเวณที่มีการทับซ้อนกับป้ายห้ามจอดประเภทอื่น ๆ ด้วย
กฎหมายจราจรควรรู้ 15 จุดห้ามจอดรถเด็ดขาด แม้ไม่มีป้ายบอก!

รู้ไหมครับว่า บางจุดบนถนน ต่อให้ไม่มีป้ายห้ามจอดรถบริเวณนี้ กฎหมายจราจรก็ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามจอดเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยและลดปัญหาการจราจรครับ มาดู 15 จุดต้องห้ามกันเลยว่ามีจุดไหนบ้าง
- บนทางเท้า
- บนสะพานหรืออุโมงค์
- ห้ามจอดรถในที่คับขัน
- จอดซ้อนคันกับรถที่จอดอยู่ก่อนแล้ว
- จอดรถในลักษณะที่กีดขวางการจราจรคันอื่น
- ห้ามจอดรถในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามจอดรถ
- ห้ามจอดในทางข้าม หรือในระยะ 3 เมตรจากทางข้าม
- ในทางร่วมทางแยก หรือในระยะ 10 เมตร จากทางร่วมทางแยก
- ใกล้ท่อน้ำดับเพลิง (ในระยะ 3 เมตร)
- ใกล้ตู้ไปรษณีย์ (ในระยะ 3 เมตร)
- ใกล้เสาสัญญาณไฟจราจร (ในระยะ 10 เมตร)
- ใกล้ทางรถไฟผ่าน (ในระยะ 15 เมตร)
- จอดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคาร หรือทางเดินรถหรือในระยะ 5 เมตร
- บริเวณป้ายรถประจำทาง (ห้ามจอดก่อนถึงป้าย 15 เมตร และเลยป้ายไป 3 เมตร)
- บริเวณเขตปลอดภัย หรือห่างจากปลายเขตปลอดภัยไม่เกิน 10 เมตร
ฝ่าฝืนจอดรถในที่ห้ามจอด โดนค่าปรับเท่าไหร่? (อัปเดตล่าสุด)
ถ้าเผลอไปจอดในที่ห้ามจอด จะต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่? เงินให้ใจขอสรุปอัตราค่าปรับเบื้องต้นให้ทราบกันครับ จะได้ระมัดระวังกันมากขึ้น
อัตราค่าปรับจราจรเบื้องต้น (พ.ร.บ. จราจรทางบก)
การฝ่าฝืนจอดรถในที่ห้ามจอด (ตามมาตรา 55) หรือไม่ปฏิบัติตาม มีการหยุดรถ (ตามมาตรา 57) มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 500 บาทครับ
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากโดนยกรถ หรือล็อกล้อ
นอกจากค่าปรับจราจรแล้ว หากรถของคุณถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อกล้อ หรือถูกรถยกของเจ้าพนักงานลากจูงไปเก็บรักษาไว้ คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยครับ
- ค่าเครื่องมือบังคับล็อคล้อ: ไม่เกินคันละ 500 บาท
- ค่าปลดล็อกล้อ: อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามที่แต่ละพื้นที่กำหนด
- ค่าเคลื่อนย้ายรถ (ยกรถ): เริ่มต้นที่ประมาณ 500 - 1,000 บาท โดยขึ้นอยู่กับประเภทรถและระยะทาง (ในกรณีที่แค่โดนล็อคล้อ แต่ไม่ได้โดนเคลื่อนย้ายรถจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้)
- ค่าดูแลรักษารถ: โดยปกติจะคิดเป็นรายวัน วันละประมาณ 200 - 500 บาท
เงินให้ใจขอตอบ (FAQs) เกี่ยวกับป้ายห้ามจอด
ป้ายห้ามจอด กับ ป้ายห้ามหยุด ต่างกันอย่างไร?
- ป้ายห้ามจอด (ขีดเดียว): ห้ามจอดแช่ แต่จอดรับ-ส่งคนได้ชั่วคราว
- ป้ายห้ามหยุด (กากบาท): ห้ามหยุดรถทุกกรณี แม้แต่จอดรับ-ส่งก็ไม่ได้ครับ
ถ้าไม่มีป้ายห้ามจอด แต่มี "แถบสีที่ฟุตบาท" ต้องดูอย่างไร?
ให้ยึดตามสีฟุตบาทเป็นหลัก หากเป็นสี ขาว-แดง คือห้ามหยุดห้ามจอดทุกกรณี, ขาว-เหลือง คือห้ามจอดแต่หยุดรับ-ส่งได้, และ ขาว-ดำ คือจอดได้ครับ
ป้ายห้ามจอดแบบ "วันคู่-วันคี่" นับวันที่อย่างไร
ป้ายห้ามจอดวันคู่ หรือป้ายวันคู่วันคี่ จะมีตัวเลขระบุไว้ชัดเจน หลักการนับวันที่ถูกต้อง คนมักสับสน คือให้นับตาม "วันที่บนปฏิทิน" ครับ
- ป้ายห้ามจอดวันคี่: ห้ามจอดรถในวันที่ 1, 3, 5, 7...
- ป้ายห้ามจอดวันคู่: ห้ามจอดรถในวันที่ 2, 4, 6, 8...
จอดรถหน้าบ้านตัวเองที่มีป้ายห้ามจอด หรือขาว-แดง ผิดกฎหมายไหม?
ผิดกฎหมาย แม้จะเป็นพื้นที่หน้าบ้านหรืออาคารพาณิชย์ของคุณเอง แต่หากเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีการตีเส้น ขาว-แดง หรือมีป้ายห้ามจอดตลอดแนว ก็ไม่สามารถจอดรถกีดขวางได้ครับ
สรุป
การทำความเข้าใจสัญลักษณ์ป้ายห้ามจอดแต่ละประเภท และสีขอบฟุตบาท และช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ไม่ทำผิดกฎจราจร และที่สำคัญคือไม่ต้องมานั่งเสียอารมณ์และเสียเงินค่าปรับโดยไม่จำเป็นครับ
สำหรับใครที่ต้องการกู้สินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดของคุณ กับเงินให้ใจที่มีความน่าเชื่อถือจากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/
“กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ 12.82% - 24.00% สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%”
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.ngernhaijai.com/
Line : https://bit.ly/3zDd5Kz
เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899
เผยแพร่ 27 มี.ค. 2569
บทความอื่น ๆ
อาชีพอิสระ ไม่มีสลิปเงินเดือน รวมหนี้ได้ไหม? ไขข้อสงสัยจัดการหนี้เสียให้เป็นหนี้ดี
มาดูวิธีจัดการหนี้ให้เป็นระบบ แม้ทำอาชีพอิสระไม่มีสลิปเงินเดือน ก็รวมหนี้เป็นก้อนเดียวได้ พร้อมวิธีแก้หนี้สำหรับพ่อค้าแม่ค้าและเจ้าของธุรกิจ ไม่มีสลิปเงินเดือนก็จัดการได้!
เผยแพร่ 30 เม.ย. 2569
ปรับโครงสร้างหนี้รถยนต์แล้วยังรีไฟแนนซ์ได้ไหม? รวมทุกเรื่องที่คนผ่อนรถต้องรู้
ผ่อนรถไม่ไหวปรับโครงสร้างหนี้แล้วรีไฟแนนซ์ได้ไหม มาดูวิธีการปรับโครงสร้างหนี้รถยนต์ และทางเลือกของสินเชื่อรถแลกเงินช่วยต่อยอดเงินหมุนที่คนทำธุรกิจต้องรู้!
เผยแพร่ 30 เม.ย. 2569
ค้าขายก็กู้ได้! พ่อค้าแม่ค้าเลือกสินเชื่อรถแลกเงินให้เหมาะกับอาชีพ
สินเชื่อรถแลกเงินสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและอาชีพอิสระ ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? พร้อมวิธีเลือกสินเชื่อรถแลกเงินให้เหมาะกับอาชีพอิสระ
เผยแพร่ 30 เม.ย. 2569