ขึ้นทางด่วนไม่มีเงินสดทำไงดี! จ่ายค่าปรับเท่าไหร่
เคยไหม? ขับรถมาถึงด่านเก็บค่าทางด่วน เปิดกระเป๋าเงินแล้วพบว่า...ไม่มีเงินสดเลย หรือมีไม่พอจ่าย สถานการณ์ที่ทำให้หลายคนหัวใจแทบหยุดเต้น กลัวจะถูกปรับ โดนจับ หรือสร้างปัญหาให้รถคันอื่นที่ต่อคิวอยู่ด้านหลัง แต่รู้หรือไม่ว่าปัญหานี้มีทางออกที่ง่ายกว่าที่คิด บทความนี้ เงินให้ใจจะพาคุณไปรู้จักกับวิธีรับมือเมื่อขึ้นทางด่วนแล้วไม่มีเงินสด และทางเลือกในการชำระค่าผ่านทางที่ไม่ต้องพึ่งพาเงินสดอีกต่อไป
เมื่อขึ้นทางด่วนแล้วไม่มีเงินสดจ่าย ต้องทำอย่างไร?
แม้จะมีทางเลือกมากมายในการจ่ายค่าทางด่วนโดยไม่ใช้เงินสด แต่หากคุณยังไม่มีอุปกรณ์หรือวิธีการเหล่านั้น และเผชิญกับสถานการณ์กระเป๋าเงินแบนเมื่อมาถึงด่านเก็บเงิน อย่าเพิ่งตกใจ การทางพิเศษเข้าใจดีและมีวิธีรองรับปัญหานี้ไว้แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องหันหลังกลับหรือพยายามหลบหนี ซึ่งอาจนำไปสู่อันตรายและการกระทำผิดกฎหมาย แต่สามารถทำตามข้อปฏิบัติเหล่านี้ได้ทันที
1. แจ้งเจ้าหน้าที่ด่านเก็บเงินทันที
หากคุณพบว่าไม่มีเงินสดพอจ่ายค่าทางด่วน สิ่งแรกที่ควรทำคือแจ้งกับเจ้าหน้าที่ประจำด่านทันที อย่าพยายามหลบเลี่ยงหรือถอยรถกลับ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการดังนี้ :
- บันทึกข้อมูลรถของคุณ (ทะเบียนรถ สี ยี่ห้อ รุ่น)
- บันทึกวันและเวลาที่คุณขึ้นทางด่วน
- แจ้งให้คุณกลับมาจ่ายค่าผ่านทางย้อนหลังที่ด่านเดิมภายใน 7 วัน โดยไม่มีค่าปรับเพิ่มเติม
2. ชำระค่าผ่านทางย้อนหลังภายในเวลาที่กำหนด
คุณสามารถกลับมาชำระค่าผ่านทางย้อนหลังได้ที่ด่านเดิมภายใน 7 วัน โดยจะไม่มีค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด สิ่งสำคัญคือต้องชำระภายในกำหนดเวลา ไม่เช่นนั้นจะถือว่าคุณมีเจตนาหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าผ่านทาง
จ่ายค่าปรับเท่าไหร่ หากไม่จ่ายค่าทางด่วน?
หากไม่ชำระค่าผ่านทางภายใน 7 วัน จะมีหนังสือแจ้งเตือนส่งไปตามที่อยู่ของเจ้าของรถ ให้มาชำระภายใน 30 วัน หากยังไม่ชำระอีก จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยค่าปรับจราจรจะแตกต่างกันตามประเภทของทางด่วน ดังนี้
1. ทางด่วนในความดูแลของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (EXAT) - จ่ายค่าปรับ 2,000 บาท ตาม พ.ร.บ. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 63 ฐานหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าผ่านทาง
2. ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) - จ่ายค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 10 เท่าของค่าผ่านทาง ตาม พ.ร.บ. กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน 2497 มาตรา 7
3. ทางด่วนสัมปทาน (ดอนเมืองโทลล์เวย์) - จ่ายค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 10 เท่าของค่าผ่านทาง ตาม พ.ร.บ. ทางหลวงสัมปทาน 2542 มาตรา 33
นอกจากจ่ายค่าปรับแล้ว ยังอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจะทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการติดต่อกับหน่วยงานราชการ
ทางเลือกในการจ่ายค่าทางด่วนโดยไม่ใช้เงินสด
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้า การจ่ายเงินก็ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับธนบัตรหรือเหรียญอีกต่อไป ทางด่วนเองก็เช่นกัน ปัจจุบันมีหลายทางเลือกที่ช่วยให้คุณสามารถขึ้นทางด่วนได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินสด
1. จ่ายด้วยบัตรเครดิต/เดบิต
ปัจจุบัน ทางด่วนบางสายเริ่มรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์ Contactless (VISA Paywave และ Mastercard Paypass) โดยสามารถใช้ได้ใน 5 สายทางหลัก ได้แก่
- ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1)
- ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2)
- ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก
- ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด)
- ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (วงแหวนใต้)
2. ใช้ระบบจ่ายค่าทางด่วนออนไลน์
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาไม่มีเงินสดจ่ายค่าทางด่วน คุณสามารถใช้บริการระบบชำระค่าผ่านทางอัตโนมัติ ได้แก่
- Easy Pass และ M-Pass : ติดตั้งอุปกรณ์และเติมเงินล่วงหน้า สามารถขับผ่านช่อง Easy Pass ได้ทันที
- M-Flow : ระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น ใช้การบันทึกภาพป้ายทะเบียนแล้วเรียกเก็บเงินภายหลัง สามารถตั้งค่าชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชีธนาคารได้
สรุป
การขึ้นทางด่วนโดยไม่มีเงินสดไม่ใช่เรื่องน่ากังวลหากคุณรู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง เพียงแจ้งเจ้าหน้าที่และกลับมาชำระภายใน 7 วัน คุณจะไม่ต้องจ่ายค่าปรับจราจรเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม หากไม่ชำระตามกำหนด คุณอาจต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 2,000 บาท หรือสูงสุด 10 เท่าของค่าผ่านทาง ขึ้นอยู่กับประเภทของทางด่วน
เพื่อความสะดวกในอนาคต การใช้ระบบชำระค่าผ่านทางอัตโนมัติอย่าง Easy Pass, M-Pass หรือ M-Flow จะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องเงินสดอีกต่อไป และยังช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางอีกด้วย
สำหรับใครที่ต้องการเงินด่วน สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดของคุณ กับเงินให้ใจที่มีความน่าเชื่อถือจากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการ สินเชื่อรถ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/
“กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ 12.82% - 24.00% สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%”
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.ngernhaijai.com/
Line : https://bit.ly/3zDd5Kz
เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899
เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568
บทความอื่น ๆ
ไม่มีสลิปเงินเดือน อยากขอสินเชื่อรถแลกเงิน ทำได้ไหม?
ทำงานอิสระ ไม่มีสลิปเงินเดือน ขอสินเชื่อได้ไหม มาดูวิธีเปลี่ยนรถเป็นทุน วงเงินสูง ดอกเบี้ยเป็นธรรม ตอบโจทย์คนที่ต้องการเงินหมุนเวียนแบบไม่ง้อสลิปเงินเดือน
เผยแพร่ 26 ก.พ. 2569
สินเชื่อรถกระบะ เพื่อเกษตรกร มีทุนทำสวนทำไร่ ไม่ต้องรอขายผลผลิต
มีทุนทำสวนไม่ต้องรอขายผลผลิต สินเชื่อรถกระบะเพื่อเกษตรกร วงเงินสูง ไม่ต้องจอดรถทิ้งไว้ มีรถใช้วิ่งงานปกติ รายได้ 10,000 บาทก็ยื่นได้ รับรถอายุสูงสุด 16 ปี!
เผยแพร่ 26 ก.พ. 2569
ก่อนขอสินเชื่อรถ รู้จักวิธีคำนวณ DTI อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ คืออะไร
อยากกู้ผ่านต้องรู้! DTI คืออะไร? แจกสูตรคำนวณ DTI ด้วยตัวเอง พร้อมส่องเกณฑ์ DTI ที่สถาบันการเงินใช้ตรวจ และแนวทางลด DTI เพิ่มโอกาสขอสินเชื่อรถแลกเงินให้ผ่านฉลุย
เผยแพร่ 26 ก.พ. 2569