ค่าใช้จ่าย ลดค่าใช้จ่าย

ทำไมสิ้นปีถึงเงินช็อต? 7 ค่าใช้จ่ายที่คนชอบลืม พร้อมวิธีเอาตัวรอด

หลายคนมักประสบปัญหาเงินช็อตหรือสภาพคล่องตึงตัวเมื่อเข้าใกล้ช่วงปลายปีทั้งที่ตั้งใจวางแผนการเงินส่วนบุคคลมาอย่างดี แต่กลับมีเงินไม่พอใช้จ่ายจนถึงปีใหม่ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพียงอย่างเดียว แต่บ่อยครั้งมาจากการมองข้ามค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว (Irregular Expenses) ที่ถูกละเลยไปในแผนการเงินธุรกิจหรือแผนการเงินส่วนตัวรายเดือน

การทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่เหล่านี้ จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินธุรกิจหรือการเงินส่วนบุคคลได้อย่างครอบคลุม และเอาตัวรอดจากภาวะเงินช็อตช่วงปลายปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ "เงินให้ใจ" จะมาเปิดเผย 7 ค่าใช้จ่ายที่คนส่วนใหญ่มักลืมใส่ไว้ในงบประมาณ

7 ค่าใช้จ่าย ที่ทำให้คุณเงินช็อตช่วงปลายปี

ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่เข้ามาในช่วงปลายปีมักเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน แต่เป็นภาระผูกพันตามรอบปีหรือตามวาระสำคัญ

1. ค่าเบี้ยประกันรายปีและภาษีรถยนต์

- ค่าใช้จ่ายที่ลืมไม่ได้ : เบี้ยประกันภัยรถยนต์ (ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ) มักจะครบกำหนดชำระช่วงปลายปีหรือต้นปีถัดไป ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

- ภาษีรถยนต์ : การต่อทะเบียนและชำระภาษีรถยนต์ประจำปีก็มักจะมาบรรจบในช่วงนี้เช่นกัน

2. ค่าใช้จ่ายด้านเทศกาลและวันหยุดยาว

- ของขวัญและงานเลี้ยง : ค่าใช้จ่ายสำหรับการซื้อของขวัญปีใหม่ ของขวัญจับฉลาก และการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ส่งท้ายปี

- ค่าเดินทางและท่องเที่ยว : ค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือไปท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว

3. ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาบุตร

- ค่าเทอม/ค่าบำรุงการศึกษา : หลายคนมักลืมค่าใช้จ่ายจุกจิกอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา เช่น ค่าชุดนักเรียนใหม่ ค่าอุปกรณ์การเรียน หรือค่าบำรุงการศึกษาอื่น ๆ ที่เรียกเก็บช่วง ปลายปี

4. การจัดการ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการลงทุน

- การซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี : การลงทุนใน RMF/SSF/Thai ESG เพื่อลดหย่อนภาษี มักถูกเร่งทำในช่วงปลายปี ซึ่งถึงแม้จะเป็นการลงทุนที่ดี แต่ก็เป็นการดึงเงินก้อนใหญ่มาใช้ทันที ทำให้สภาพคล่องลดลง

- การบริจาค : ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการบริจาคเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

5. ค่าใช้จ่ายซ่อมแซมบ้านและรถยนต์

- ซ่อมบำรุงประจำปี : การซ่อมแซมใหญ่ตามวาระ เช่น การเปลี่ยนยางรถยนต์ การตรวจเช็คเครื่องปรับอากาศครั้งใหญ่ หรือการซ่อมบำรุงบ้านที่เลื่อนมาจากช่วงกลางปี มักถูกเร่งทำก่อนปีใหม่

- ค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลบ้าน : การล้างแอร์ การขัดสีรถ หรือการทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ก่อนต้อนรับปีใหม่

6. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเงินธุรกิจ (สำหรับผู้ประกอบการ)

- โบนัสและเงินพิเศษ : ค่าใช้จ่ายในการจ่ายโบนัสพนักงาน และเงินสมทบประกันสังคมที่ปรับขึ้น

- ค่าสต็อกสินค้าคงคลัง : การเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อสต็อกไว้ขายในช่วงเทศกาลปลายปี หรือการสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงานใหม่ก่อนปิดงบประมาณ

7. ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุสมาชิกและบริการรายปี

- ค่าสมาชิกฟิตเนส/สปอร์ตคลับ : ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุสมาชิกรายปี หรือการสมัครแพ็กเกจลดราคาช่วงปลายปี

- ค่าบริการซอฟต์แวร์/แอปพลิเคชัน : ค่า Subscription บริการออนไลน์ต่าง ๆ ที่เรียกเก็บเป็นรายปี

วิธี บริหารเงิน เอาตัวรอดจากภาวะเงินช็อต

การป้องกันเงินช็อตในช่วงปลายปี ทำได้โดยการวางแผนการเงินส่วนบุคคลและการเงินธุรกิจล่วงหน้า ด้วยเทคนิคการกระจายค่าใช้จ่ายและการจัดลำดับความสำคัญ

1. เทคนิคการกระจายค่าใช้จ่าย

แทนที่จะรอให้ถึงวันจ่ายค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่แล้วเงินช็อต คุณควรตั้งงบประมาณและทยอยเก็บเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่ปกติเหล่านี้ตั้งแต่ต้นปี

- กำหนดเป้าหมาย : ทำรายการค่าใช้จ่ายรายปีทั้งหมด (เช่น ค่าประกันรถยนต์ 15,000 บาท, ค่าท่องเที่ยวปีใหม่ 10,000 บาท)

- เฉลี่ยรายเดือน : นำยอดรวมค่าใช้จ่ายเหล่านั้นมาหารด้วย 12 แล้วตั้งบัญชีสำรอง (Sinking Fund) แยกไว้

ตัวอย่าง : ค่าประกันรถยนต์ 15,000 บาท / 12 เดือน = 1,250 บาท ที่ต้องเก็บเพิ่มทุกเดือน

- โอนอัตโนมัติ : ตั้งระบบโอนเงิน 1,250 บาท เข้าบัญชีสำรองทันทีที่ได้เงินเดือน เพื่อป้องกันการนำเงินไปใช้จ่ายอื่น

2. การจัดลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่าย

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีแล้ว และคุณรู้สึกว่าเริ่มมีโอกาสเงินช็อต ให้ใช้กฎ 3 ข้อนี้

- จ่ายหนี้ที่มีหลักประกันก่อน : จัดการค่าใช้จ่าย หนี้สินที่มีหลักประกัน (ผ่อนบ้าน/ผ่อนรถ) ก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการถูกยึดทรัพย์

- จัดการค่าใช้จ่ายภาคบังคับ : ชำระค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระผูกพันตามกฎหมาย เช่น ภาษีรถยนต์ และเบี้ยประกันภาคบังคับ

- เลื่อนการลงทุนที่ยืดหยุ่นได้ : หากสภาพคล่องตึงตัวมาก อาจพิจารณาเลื่อนการซื้อกองทุน RMF/SSF/Thai ESG ไปเป็นช่วงต้นปีถัดไป หรือลดวงเงินการบริจาคลงชั่วคราว เพื่อให้มีเงินช็อตน้อยที่สุด

3. การหมุนเวียนเงินทุนสำหรับการเงินธุรกิจและการเงินส่วนบุคคล

หากคุณจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อลงทุนในธุรกิจช่วงปลายปี หรือเพื่อจัดการค่าใช้จ่ายก้อนที่ไม่คาดคิด การหาแหล่งเงินทุนที่รวดเร็วและดอกเบี้ยสมเหตุผลถือเป็นทางออกที่ดีกว่าการก่อหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง

- พิจารณาสินเชื่อรถแลกเงิน : หากคุณมีรถยนต์ส่วนตัวหรือรถกระบะที่ใช้ในการประกอบอาชีพ ซึ่งผ่อนหมดแล้วหรือผ่อนมาได้ระยะหนึ่ง การใช้รถเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมในการเสริมสภาพคล่อง

- ข้อดี : คุณยังคงใช้รถสร้างรายได้และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยได้รับเงินก้อนทันทีเพื่อจัดการค่าใช้จ่ายที่รอไม่ได้

สรุป

การเอาชนะวิกฤตเงินช็อตในช่วงปลายปี ต้องเริ่มต้นจากการรับรู้และยอมรับว่าค่าใช้จ่ายที่ไม่สม่ำเสมอเหล่านี้มีอยู่จริง การปรับแผนการเงินส่วนบุคคลให้มี "กระปุกสำรอง" สำหรับค่าใช้จ่ายรายปี จะช่วยลดความกดดันได้มาก

สำหรับใครที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้การเงินธุรกิจหรือการเงินส่วนบุคคลในช่วงปลายปี การเลือกใช้ สินเชื่อรถแลกเงิน เป็นตัวช่วยที่สามารถเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นเงินสดได้ทันท่วงที โดยไม่กระทบต่อการทำงานของคุณ

สำหรับใครที่ต้องการกู้สินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดของคุณ กับเงินให้ใจที่มีความน่าเชื่อถือจากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/

“กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ 12.82% - 24.00% สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://www.ngernhaijai.com/

Line : https://bit.ly/3zDd5Kz

เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899

เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2568

บทความอื่น ๆ

รถแลกเงิน ไม่มีสลิปเงินเดือน ขอสินเชื่อไม่ใช้สลิปเงินเดือน ได้ไหม

ไม่มีสลิปเงินเดือน อยากขอสินเชื่อรถแลกเงิน ทำได้ไหม

ทำงานอิสระ ไม่มีสลิปเงินเดือน ขอสินเชื่อได้ไหม มาดูวิธีเปลี่ยนรถเป็นทุน วงเงินสูง ดอกเบี้ยเป็นธรรม ตอบโจทย์คนที่ต้องการเงินหมุนเวียนแบบไม่ง้อสลิปเงินเดือน

เผยแพร่ 26 ก.พ. 2569

สินเชื่อรถกระบะ เพื่อเกษตรกร มีทุนทำสวนทำไร่

สินเชื่อรถกระบะ เพื่อเกษตรกร มีทุนทำสวนทำไร่ ไม่ต้องรอขายผลผลิต

มีทุนทำสวนไม่ต้องรอขายผลผลิต สินเชื่อรถกระบะเพื่อเกษตรกร วงเงินสูง ไม่ต้องจอดรถทิ้งไว้ มีรถใช้วิ่งงานปกติ รายได้ 10,000 บาทก็ยื่นได้ รับรถอายุสูงสุด 16 ปี!

เผยแพร่ 26 ก.พ. 2569

ก่อนขอสินเชื่อรถ รู้จักวิธีคำนวณ DTI อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้

ก่อนขอสินเชื่อรถ รู้จักวิธีคำนวณ DTI อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ คืออะไร

อยากกู้ผ่านต้องรู้! DTI คืออะไร? แจกสูตรคำนวณ DTI ด้วยตัวเอง พร้อมส่องเกณฑ์ DTI ที่สถาบันการเงินใช้ตรวจ และแนวทางลด DTI เพิ่มโอกาสขอสินเชื่อรถแลกเงินให้ผ่านฉลุย

เผยแพร่ 26 ก.พ. 2569