ยื่นภาษีออนไลน์ ปี 2569 แบบเข้าใจง่าย มือใหม่อ่านจบ ทำตามได้ทันที
วงต้นปีเป็นเวลาที่หลายคนต้องเตรียมตัวยื่นภาษีกันอีกครั้ง สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่คุ้นเคยกับระบบอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือเพิ่งมีรายได้ถึงเกณฑ์ครั้งแรก อาจรู้สึกสับสนว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เสียภาษีเท่าไหร่ และยื่นภาษีออนไลน์อย่างไร วันนี้ เงินให้ใจจะพาคุณไปทำความเข้าใจเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบครบจบในบทความเดียว พร้อมขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์ที่ทำตามได้ทันที
ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี?
ผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่ ผู้มีรายได้ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ผลกำไรจากธุรกิจ กำไรจากการค้าขาย ค่าเช่า หรือรายได้อื่นๆ
หลักเกณฑ์คร่าวๆ คือ หากคุณเป็นคนโสดและมีรายได้คุณมีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษี ส่วนการจะต้อง "เสียภาษี" หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ แล้ว หากเกิน 150,000 บาทต่อปี จึงจะต้องเสียภาษี
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได
ประเทศไทยใช้ระบบภาษีแบบขั้นบันได (Progressive Tax Rate) คือผู้มีรายได้สูงกว่าจะเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่า โดยคิดจากรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว
- รายได้สุทธิ 0 ถึง 150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี
- ส่วนที่เกิน 150,000 ถึง 300,000 บาท เสียภาษี 5%
- ส่วนที่เกิน 300,000 ถึง 500,000 บาท เสียภาษี 10%
- ส่วนที่เกิน 500,000 ถึง 750,000 บาท เสียภาษี 15%
- ส่วนที่เกิน 750,000 ถึง 1,000,000 บาท เสียภาษี 20%
- ส่วนที่เกิน 1,000,000 ถึง 2,000,000 บาท เสียภาษี 25%
- ส่วนที่เกิน 2,000,000 ถึง 5,000,000 บาท เสียภาษี 30%
- ส่วนที่เกิน 5,000,000 บาทขึ้นไป เสียภาษี 35%
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้สุทธิ 240,000 บาทต่อปี การคำนวณภาษีจะแบ่งเป็น ส่วนแรก 150,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี และส่วนที่เหลือ 90,000 บาท เสียภาษี 5% เท่ากับ 4,500 บาท ไม่ใช่การเอา 240,000 บาท คูณ 5% ทั้งจำนวน
ค่าลดหย่อนภาษีที่ควรรู้
การรู้จักค่าลดหย่อนภาษีจะช่วยให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างคุ้มค่า และอาจได้รับเงินคืนภาษีหลังจากยื่นแบบ
- ค่าลดหย่อนส่วนตัวทุกคนได้รับสิทธิ์ 60,000 บาท
- หากมีคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีเงินได้ สามารถลดหย่อนได้อีก 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนบุตรคนละ 30,000 บาท แต่หากเป็นบุตรคนที่สองขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 จะลดหย่อนได้ 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนบิดามารดาที่อายุ 60 ปีขึ้นไปและมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี สามารถลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท
- สำหรับค่าลดหย่อนด้านประกัน เบี้ยประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพลดหย่อนได้ไม่เกิน 25,000 บาท แต่เมื่อรวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท
- เงินสมทบประกันสังคมลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
- กองทุน SSF ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และไม่เกิน 200,000 บาท
- กองทุน RMF ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้
- กองทุน Thai ESG สำหรับปี 2567 ถึง 2569 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และไม่เกิน 300,000 บาท
- การออมเพื่อเกษียณทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- ค่าลดหย่อนอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท โครงการ Easy E-Receipt ลดหย่อนได้ไม่เกิน 50,000 บาท และเงินบริจาคเพื่อการศึกษาและกีฬาลดหย่อนได้ 2 เท่าของยอดบริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น
ขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์
การยื่นภาษีออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรนั้นสะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานสรรพากร สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง และได้รับสิทธิ์ขยายเวลายื่นแบบออกไปอีก 8 วัน
1. การเตรียมเอกสาร ให้รวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากนายจ้างหรือผู้จ่ายเงิน เอกสารค่าลดหย่อนต่างๆ เช่น ใบเสร็จเบี้ยประกัน หลักฐานการซื้อกองทุน หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ และเลขบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน (สำหรับรับเงินคืนภาษี)
2. การเข้าสู่ระบบ ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ efiling.rd.go.th สำหรับผู้ที่ยื่นภาษีออนไลน์ครั้งแรกให้ลงทะเบียนสมัครสมาชิกก่อน ส่วนผู้ที่เคยยื่นแล้วสามารถเข้าสู่ระบบได้เลย
3. การเลือกแบบภาษี สำหรับผู้มีเงินได้จากเงินเดือนอย่างเดียว ให้เลือกแบบ ภ.ง.ด.91 ส่วนผู้มีรายได้หลายประเภท เช่น มีรายได้จากฟรีแลนซ์ ค่าเช่า หรือธุรกิจส่วนตัว ให้เลือกแบบ ภ.ง.ด.90
4. การกรอกข้อมูล ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว รายได้ทั้งหมด ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย และค่าลดหย่อนต่างๆ ตามที่มีสิทธิ์ ระบบจะคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ
5. การตรวจสอบและยืนยัน ให้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้อง หากมีภาษีต้องจ่ายเพิ่ม สามารถชำระผ่านช่องทางออนไลน์ได้ หากมีภาษีที่จ่ายเกินไป สามารถกดขอคืนภาษีและระบุบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน
6. การติดตามผล สามารถเข้าไปเช็คสถานะการคืนภาษีออนไลน์ได้ที่ระบบ My Tax Account บนเว็บไซต์กรมสรรพากร โดยทั่วไปหากข้อมูลครบถ้วนถูกต้อง จะได้รับเงินคืนภายใน 1 ถึง 3 เดือน
ข้อควรระวังในการยื่นภาษี
แม้การยื่นภาษีออนไลน์จะสะดวกและไม่ซับซ้อน แต่ก็มีบางประเด็นที่มือใหม่มักพลาดกันบ่อย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลัง การเสียค่าปรับจากการยื่นล่าช้า หรือการพลาดสิทธิ์ขอคืนภาษีที่ควรได้รับ ดังนั้นก่อนกดยืนยันส่งแบบภาษี ลองเช็คประเด็นเหล่านี้ให้ดีก่อน
1. อย่าลืมยื่นภาษีแม้ไม่ต้องเสียภาษี เพราะหากรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องยื่นแบบ แม้คำนวณแล้วไม่ต้องเสียภาษี ก็ยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบตามกฎหมาย
2. ตรวจสอบ 50 ทวิให้ถูกต้อง โดยเช็คว่ารายได้และภาษีที่ถูกหักไว้ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ หากไม่ตรงให้ติดต่อนายจ้างแก้ไข
3. เก็บหลักฐานไว้อย่างน้อย 5 ปี เพราะกรมสรรพากรอาจขอตรวจสอบย้อนหลังได้
4. ยื่นภาษีให้ทันกำหนด โดยกำหนดเวลายื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 คือภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป แต่หากยื่นออนไลน์จะได้รับสิทธิ์ขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน
สรุป
การยื่นภาษีออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่เตรียมเอกสารให้พร้อม โดยเฉพาะหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) และหลักฐานค่าลดหย่อนต่างๆ จากนั้นเข้าสู่ระบบ efiling.rd.go.th เลือกแบบภาษีที่ตรงกับประเภทรายได้ของตัวเอง กรอกข้อมูลตามขั้นตอน ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วกดยืนยันส่งแบบ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
สิ่งสำคัญคือการเข้าใจหลักการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได และรู้จักค่าลดหย่อนที่ตัวเองมีสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นค่าลดหย่อนส่วนตัว ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุนเพื่อการออม หรือดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน เพราะยิ่งใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ครบถ้วน ก็ยิ่งมีโอกาสได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้น
การวางแผนภาษีล่วงหน้าไม่เพียงช่วยให้ประหยัดภาษี แต่ยังช่วยให้คุณบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้ว่าควรออมเงินผ่านช่องทางใด ทำประกันแบบไหน หรือใช้จ่ายอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น อย่าลืมยื่นภาษีให้ทันกำหนดเวลา และเก็บหลักฐานไว้อย่างน้อย 5 ปี เพื่อความสบายใจในกรณีที่ถูกตรวจสอบย้อนหลัง
สำหรับใครที่ต้องการกู้สินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดของคุณ กับเงินให้ใจที่มีความน่าเชื่อถือจากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/
“กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ 12.82% - 24.00% สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%”
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.ngernhaijai.com/
Line : https://bit.ly/3zDd5Kz
เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899
เผยแพร่ 15 ม.ค. 2569
บทความอื่น ๆ
Emergency Fund สำคัญยังไงในยุคนี้? ต้องเก็บเงินสำรองเท่าไหร่ ถึงเรียกว่าอุ่นใจจริง
Emergency Fund คืออะไร? เจาะลึกความสำคัญของเงินสํารองฉุกเฉินที่ทุกคนต้องมี พร้อมสูตรคำนวณเงินสํารองให้ชีวิตอุ่นใจ ไม่ต้องห่วงแม้วันตกงาน
เผยแพร่ 15 ม.ค. 2569
ระวังรักออนไลน์! เปิดโปงกลโกง Romance Scam ที่เหยื่อโดนหลอกทั้งเงินทั้งหัวใจ
Romance Scam คืออะไร? รู้จักกลโกงหลอกรักออนไลน์ที่ทำให้เหยื่อสูญเงินกว่าพันล้านบาท พร้อมวิธีสังเกตและป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
เผยแพร่ 15 ม.ค. 2569
จำนำรถนอกระบบ VS ในระบบ ต่างกันยังไง? รู้ความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
เปรียบเทียบชัดเจน จํานํารถในระบบและนอกระบบต่างกันอย่างไร? พร้อมวิธีเลือกผู้ให้บริการที่ปลอดภัยในปี 2569
เผยแพร่ 15 ม.ค. 2569