แจกพิกัดสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ที่คนใช้รถ EV ต้องโหลด อัปเดต 2569!
สถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) คือจุดให้บริการเติมพลังงานให้รถ EV คล้ายปั๊มน้ำมันของรถทั่วไป ปัจจุบันมีให้บริการทั่วประเทศ ทั้งในปั๊มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า และจุดพักรถระหว่างทาง
บทความนี้ เงินให้ใจ จะพามาดูแอปพลิเคชันหาพิกัดจุดชาร์จรถไฟฟ้าที่ควรโหลดติดเครื่อง พร้อมอธิบายประเภทตู้ชาร์จ วิธีใช้งาน และข้อควรรู้ก่อนชาร์จแบบเข้าใจง่าย อัปเดตข้อมูลปี 2569
สถานีชาร์จรถไฟฟ้าในไทยมีกี่แห่ง?
ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ระบุว่าไทยมีสถานีชาร์จรถไฟฟ้าสาธารณะ 4,643 แห่ง รวม 13,977 หัวจ่าย ได้แก่
- หัวชาร์จแบบ DC ชนิด CCS2 จำนวน 8,184 หัว
- หัวชาร์จแบบ AC ชนิด Type 2 จำนวน 5,382 หัว
- หัวชาร์จแบบ DC ชนิด CHAdeMO จำนวน 411 หัว
ตัวเลขนี้นับเฉพาะสถานีที่เปิดให้บริการรถทุกยี่ห้อ ไม่รวมสถานีที่ใช้ได้เฉพาะบางแบรนด์ สถานีชาร์จมักตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และสำนักงานการไฟฟ้า

ตู้ชาร์จรถไฟฟ้ามีกี่แบบ?
ตู้ชาร์จรถไฟฟ้าตามสถานีสาธารณะแบ่งเป็น 2 แบบหลัก คือ AC และ DC จึงควรรู้ว่ารถของเรารองรับหัวชาร์จแบบไหน ก่อนเลือกสถานี
ตู้ชาร์จแบบ AC (Normal Charge)
- ชาร์จช้ากว่า ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเต็ม
- หัวชาร์จที่ใช้ในไทยส่วนใหญ่เป็น Type 2
- เหมาะกับการจอดรถนาน ๆ เช่น ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือโรงแรม
ตู้ชาร์จแบบ DC (Quick Charge)
- ชาร์จได้เร็ว เติมแบตเตอรี่จาก 20% เป็น 80% ได้ในเวลาประมาณ 20–40 นาที ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและกำลังชาร์จที่รถรองรับ
- หัวชาร์จที่ใช้มากที่สุดคือ CCS2 ส่วน CHAdeMO พบในรถบางรุ่น
- ค่าบริการสูงกว่าแบบ AC เหมาะกับการเติมไฟระหว่างเดินทางไกล
แจก 8 แอปพลิเคชันหาพิกัดจุดชาร์จรถไฟฟ้า
จำนวนสถานีด้านล่างอ้างอิงจากข้อมูล EVAT ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 แต่ละเครือข่ายยังเปิดสถานีใหม่ต่อเนื่อง ตัวเลขจริงจึงอาจมากกว่านี้
1. EV Station PluZ
แอปพลิเคชันจาก OR เครือข่ายสถานีชาร์จสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในไทย ส่วนใหญ่อยู่ในปั๊มน้ำมัน จึงเหมาะกับคนที่เดินทางไกลและแวะพักตามปั๊มเป็นประจำ ในแอปพลิเคชันสามารถเช็กสถานะหัวชาร์จได้แบบเรียลไทม์ เลือกได้ทั้ง Normal Charge และ Fast Charge และสะสมคะแนน Blue Plus+ ได้ด้วย
2. EA Anywhere
แอปพลิเคชันจากกลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ (EA) มีสถานีชาร์จทั้งแบบ AC และ DC ตั้งอยู่ตามห้างสรรพสินค้า โรงแรม และปั๊มน้ำมัน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จุดเด่นคือจองเวลาชาร์จล่วงหน้าได้ ไม่ต้องไปรอคิวที่สถานี
3. SHARGE (ReverSharger)
สถานที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่เน้นตามจุดคนใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ออฟฟิศ และคอนโด จึงสามารถชาร์จรถไปพร้อมกับทำธุระได้ จุดเด่นคือกรองสถานีตามชนิดหัวชาร์จ จองคิวล่วงหน้า และสั่งเริ่มหรือหยุดชาร์จผ่านแอปพลิเคชันได้ แล้วชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือ e-Wallet
4. PEA VOLTA
แอปพลิเคชันของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีสถานีชาร์จกระจายอยู่ตามต่างจังหวัด เหมาะกับคนที่ขับรถข้ามจังหวัดบ่อย สามารถจองหัวชาร์จล่วงหน้าได้ และยังบอกด้วยว่าสถานีอยู่ห่างแค่ไหน ต้องใช้เวลาขับไปนานเท่าไร ช่วยให้วางแผนแวะชาร์จระหว่างทางได้ง่ายขึ้น
5. EleXA
แอปพลิเคชันของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จุดเด่นคือชาร์จได้หลายเครือข่ายในแอปพลิเคชันเดียว ไม่ต้องโหลดหลายตัวให้วุ่นวาย จองหัวชาร์จล่วงหน้าได้ เลือกดูเฉพาะสถานีที่หัวชาร์จหรือกำลังไฟตรงกับรถได้ และสะสม EleXA Point ไว้แลกเป็นส่วนลดได้
6. EVolt
แอปพลิเคชันที่ช่วยให้รู้ก่อนออกเดินทางว่าหัวชาร์จแต่ละหัวว่าง มีคนใช้อยู่ หรือขัดข้อง จึงไม่ต้องเสียเที่ยวไปรอที่สถานี สามารถสั่งเริ่มและหยุดชาร์จได้ทั้งผ่านแอปพลิเคชันและบัตร EVolt
7. MEA EV
แอปพลิเคชันของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เหมาะกับคนที่ใช้รถในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ จุดเด่นคือแสดงสถานีชาร์จรถไฟฟ้าของเครือข่ายอื่นให้ดูด้วย ไม่ใช่แค่สถานีของ กฟน. เอง
8. PlugShare
แอปพลิเคชันที่รวบรวมสถานีชาร์จรถไฟฟ้าจากหลายเครือข่ายไว้ในแผนที่เดียว ใช้ได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ จุดเด่นคือมีรีวิวและรูปถ่ายจากผู้ใช้จริง ช่วยให้รู้ว่าสถานีไหนใช้งานได้ดี และมี Trip Planner ช่วยวางแผนจุดแวะชาร์จระหว่างทางให้ด้วย

วิธีใช้งานสถานที่ชาร์จแบตรถไฟฟ้าสำหรับมือใหม่
แม้ว่าแต่ละเครือข่ายจะมีขั้นตอนต่างกันเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปมักมีลำดับดังนี้
1. โหลดแอปพลิเคชันของเครือข่ายที่จะใช้ สมัครสมาชิก และผูกช่องทางชำระเงินไว้ล่วงหน้า
2. ค้นหาสถานีใกล้เคียง เช็กว่าหัวชาร์จตรงกับรถและว่างอยู่หรือเปล่า จากนั้นค่อยจองคิวล่วงหน้า (ในกรณีที่แอปพลิเคชันมีบริการนี้)
3. เมื่อถึงสถานี ควรจอดรถให้ใกล้ตู้ชาร์จ แล้วเสียบหัวชาร์จเข้ากับรถ
4. สแกน QR Code ที่ตู้ชาร์จ หรือกดเริ่มชาร์จในแอปพลิเคชัน
5. เมื่อชาร์จเสร็จ กดหยุดชาร์จในแอปพลิเคชัน ชำระค่าบริการ แล้วถอดหัวชาร์จเก็บให้เรียบร้อย
ข้อควรรู้ก่อนไปที่ชาร์จรถไฟฟ้า
- เช็กสถานะสถานีก่อนออกเดินทาง บางสถานีอาจปิดปรับปรุงหรือหัวชาร์จขัดข้อง
- โหลดแอปพลิเคชันสำรองไว้อย่างน้อย 2–3 เครือข่าย เผื่อสถานีที่ตั้งใจไว้เต็มหรือใช้งานไม่ได้
- เช็กอัตราค่าบริการในแอปพลิเคชันก่อนชาร์จ บางสถานีคิดราคาเดียวตลอดวัน บางสถานีคิดตามช่วงเวลา โดยช่วงที่คนใช้ไฟมาก (On-Peak) มักแพงกว่าช่วงที่คนใช้ไฟน้อย (Off-Peak)
- ชาร์จเสร็จแล้วควรเลื่อนรถออก เพื่อให้คนอื่นใช้ต่อได้ บางเครือข่ายอาจเก็บค่าบริการเพิ่มถ้าจอดทิ้งไว้หลังชาร์จเต็ม ควรอ่านเงื่อนไขในแอปพลิเคชันให้เข้าใจ
- วางแผนจุดแวะชาร์จเมื่อเดินทางไกล ไม่ควรรอให้แบตเตอรี่ใกล้หมดก่อนหาสถานี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (FAQ)
Q: ชาร์จรถไฟฟ้าที่สถานีราคาเท่าไหร่?
A: ขึ้นอยู่กับเครือข่าย ประเภทตู้ชาร์จ และช่วงเวลา ตัวอย่างเช่น ตู้ชาร์จแบบ DC ของ PEA VOLTA อยู่ที่ประมาณ 5.90–7.90 บาทต่อหน่วย ดังนั้น ควรเช็กราคาล่าสุดในแอปพลิเคชันก่อนชาร์จทุกครั้ง
Q: รถไฟฟ้าทุกยี่ห้อใช้สถานีชาร์จสาธารณะได้ไหม?
A: ส่วนใหญ่ใช้ได้ ขอแค่หัวชาร์จที่สถานีตรงกับรถ เพราะรถไฟฟ้าในไทยส่วนใหญ่ใช้หัวชาร์จ 2 แบบ คือ Type 2 สำหรับชาร์จแบบ AC และ CCS2 สำหรับชาร์จเร็วแบบ DC ซึ่งเป็นหัวชาร์จที่สถานีสาธารณะส่วนใหญ่มีให้บริการ ยกเว้นบางสถานีที่เปิดให้ใช้เฉพาะรถบางแบรนด์ จึงควรเช็กในแอปพลิเคชันก่อนออกเดินทาง
สรุป
ปี 2569 ประเทศไทยมีสถานีชาร์จรถไฟฟ้าสาธารณะกว่า 4,600 แห่ง การเดินทางด้วยรถ EV จึงสะดวกกว่าเมื่อก่อนมาก เพียงโหลดแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมเส้นทางที่ใช้บ่อย รู้ว่ารถใช้หัวชาร์จแบบไหน และเช็กสถานะสถานีก่อนออกเดินทาง ทุกทริปก็ราบรื่นได้ไม่ยาก
นอกจากเรื่องจุดชาร์จแล้ว การใช้รถ EV ก็อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่ได้วางแผนไว้ เช่น ค่าติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน หรือค่าดูแลรถ สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถจาก เงินให้ใจ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง โดยยังมีรถขับเหมือนเดิม
ข้อควรรู้ก่อนขอสินเชื่อรถแลกเงิน
สำหรับใครที่ต้องการขอสินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีของคุณ โดยบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดา 12.82% - 24.00% และกรณีนิติบุคคล 9.50% - 15.00% และ สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.ngernhaijai.com/
Line : https://เงินให้ใจ.com/FL3ZAr
เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899
เงินให้ใจ | รถแลกเงิน วิ่งสู่ทุกโอกาส รู้ผลอนุมัติไว
บริการสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อรถแลกเงินจากเงินให้ใจ สำหรับคนที่ต้องการสินเชื่อเงินด่วน แต่รถยังมีขับ รู้ผลอนุมัติไว ผ่อนสบาย รับรถหลายประเภท สมัครได้แล้ววันนี้
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569
บทความอื่น ๆ
รวม 15 รถยนต์ไฟฟ้าน่าจับตา ปี 2026 เทียบราคา รุ่นไหนดี?
อัปเดตรถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ปี 2026 ในไทย เทียบราคาเริ่มต้น แบตเตอรี่ และระยะทางต่อการชาร์จของ 15 รุ่น พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับการใช้งานและงบประมาณ
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569
สรุปให้! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สิทธิประโยชน์ในฐานะลูกจ้างมีอะไรบ้าง อัปเดต 2569
รู้จักกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแบบเข้าใจง่าย ทั้งเงื่อนไขการเข้าร่วม อัตราที่ถูกหักในแต่ละเดือน สิทธิที่จะได้รับเงินคืนเมื่อลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือเกษียณอายุ
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569
รถน้ำท่วมทำยังไงดี? รวมวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยตัวเองทีละขั้นตอน
ใครกำลังเจอปัญหารถน้ำท่วม ต้องมาดูวิธีรับมือเบื้องต้นเมื่อน้ำท่วมรถ ตั้งแต่สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ วิธีตรวจสอบความเสียหาย ไปจนถึงการซ่อมรถและเคลมประกัน
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569