Negative Income Tax คืออะไร? ระบบภาษีใหม่ที่คนไทยต้องรู้ 2570
Negative Income Tax หรือ ภาษีเงินได้ติดลบ เป็นแนวคิดการเชื่อมโยงระบบภาษีเข้ากับการจัดสวัสดิการ โดยนำข้อมูลรายได้ของคนไทยมาใช้พิจารณาว่า ใครควรเสียภาษี และใครควรได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ
สิ่งที่ควรรู้ตั้งแต่ต้นคือ การยื่นแบบภาษีไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเสียภาษี เพราะขึ้นอยู่กับฐานเงินได้ และหลักเกณฑ์ที่กำหนด
บทความนี้ เงินให้ใจ จะพามาทำความเข้าใจระบบ Negative Income Tax แบบง่าย ๆ พร้อมอัปเดตสถานะล่าสุดว่าปีหน้าคนไทยต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
Negative Income Tax คืออะไร?
Negative Income Tax หรือ NIT คือแนวคิด “ภาษีเงินได้ติดลบ” ที่นำระบบภาษีมาใช้ร่วมกับการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
หลักการสำคัญคือ รัฐจะใช้ข้อมูลรายได้ของคนไทยทุกคน เพื่อประเมินว่าแต่ละคนมีรายได้อยู่ในระดับใด จากนั้นจึงกำหนดแนวทางที่เหมาะสม เช่น
- ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ มีหน้าที่เสียภาษีตามระบบ
- ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ อาจไม่ต้องเสียภาษี
- ผู้ที่เข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือ อาจได้รับเงินหรือสวัสดิการจากรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ดังนั้นคำว่า “ติดลบ” ใน Negative Income Tax ไม่ได้หมายถึงการติดลบทางการเงิน แต่หมายถึงกรณีที่ระบบคำนวณแล้ว ผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์อาจได้รับความช่วยเหลือจากรัฐแทนที่จะมีภาระภาษี
ระบบ Negative Income Tax ทำงานอย่างไร?
1. ข้อมูลรายได้
หัวใจสำคัญของ NIT คือการมีข้อมูลรายได้ที่เพียงพอสำหรับประเมินสถานะของแต่ละคน
ภาครัฐจึงมีการพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Data Lake เพื่อรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยกระทรวงการคลังระบุว่าฐานข้อมูลดังกล่าว ครอบคลุมข้อมูลคนไทยกว่า 60.8 ล้านคน และกิจการประมาณ 600,000 แห่งในช่วงที่มีการเปิดเผยข้อมูล
2. นำรายได้มาใช้ประกอบการพิจารณา
เมื่อมีข้อมูลรายได้ รัฐสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้พิจารณาว่าแต่ละคนอยู่ในกลุ่มใด
ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์อาจมีภาระภาษีตามระบบ ส่วนผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์อาจไม่ต้องเสียภาษี และหากเข้าเกณฑ์ที่กำหนดก็อาจได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ
3. เชื่อมข้อมูลกับการจัดสวัสดิการ
NIT ไม่ได้มองเฉพาะเรื่องการจัดเก็บภาษี แต่ยังเกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการด้วย
เป้าหมายสำคัญคือ ช่วยให้รัฐเห็นข้อมูลรายได้ของประชาชนชัดเจนขึ้น เพื่อจัดสรรความช่วยเหลือให้เหมาะกับผู้ที่มีสิทธิ และลดปัญหาการได้รับสิทธิซ้ำซ้อน หรือไม่ตรงกับสถานะรายได้

Negative Income Tax ในประเทศไทย เริ่มใช้เมื่อไร?
ในเดือนสิงหาคม 2568 กระทรวงการคลังระบุว่า เตรียมใช้ Negative Income Tax และตั้งเป้าเริ่มใช้ในปี 2570 โดยจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล Data Lake และกำหนดให้ทุกคนยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อให้รัฐมีข้อมูลรายได้สำหรับพิจารณาสวัสดิการ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน 2569 มีการรายงานถึงการเตรียมปรับระบบสวัสดิการและเดินหน้าสู่ NIT ภายในกรอบเวลาประมาณ 2 ปี จึงควรติดตามรายละเอียด และกำหนดการจากกระทรวงการคลังอีกครั้งก่อนสรุปวันเริ่มใช้ที่แน่นอน
ในปี 2570 คนไทยต้องยื่นภาษีทุกคนจริงไหม?
ตามแนวทาง NIT ที่กระทรวงการคลังเคยประกาศไว้ คนไทยทุกคนจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แม้จะมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี เพื่อให้รัฐมีข้อมูลรายได้สำหรับใช้ประกอบการจัดสวัสดิการ
ซึ่งการยื่นภาษี ไม่ได้แปลว่าต้องเสียภาษี ปัจจุบันกรมสรรพากรกำหนดเกณฑ์เงินได้ขั้นต่ำที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแตกต่างกันตามประเภทเงินได้ และสถานะของผู้มีเงินได้ ขณะที่เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี อยู่ในช่วงที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น หาก NIT ถูกนำมาใช้ตามแนวทางที่ประกาศไว้ สิ่งสำคัญที่จะเกิดขึ้นคือ การนำข้อมูลรายได้เข้าสู่ระบบให้ครอบคลุมมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องมีภาษีที่ต้องจ่าย
ใครบ้างที่อาจได้รับผลกระทบจาก Negative Income Tax?
ผลกระทบจาก Negative Income Tax จะไม่เหมือนกันทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับรายได้ และสถานะการยื่นภาษีของแต่ละคน
คนที่มีรายได้น้อย
คนกลุ่มนี้อาจได้รับประโยชน์ หากมีรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่รัฐกำหนด และเข้าเงื่อนไขของความช่วยเหลือ เพราะข้อมูลรายได้จะช่วยให้รัฐระบุกลุ่มที่ควรได้รับสวัสดิการได้ชัดเจนขึ้น
คนที่มีรายได้ แต่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบภาษี
หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี แต่ยังไม่ได้ยื่นแบบ เมื่อระบบมีข้อมูลครอบคลุมมากขึ้น คนกลุ่มนี้อาจต้องเข้าสู่ระบบภาษี และปฏิบัติตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
คนที่ยื่นและเสียภาษีอยู่แล้ว
สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีอยู่แล้ว ผลกระทบหลักอาจไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีโดยตรง แต่เป็นเรื่องการตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลรายได้ที่เป็นระบบมากขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังระบุว่าเป้าหมายของ NIT ไม่ได้มีเพียงการจัดเก็บรายได้ แต่ยังต้องการให้การจัดสวัสดิการตรงกลุ่ม และลดความซ้ำซ้อนมากขึ้นด้วย
ผลกระทบจาก Negative Income Tax มีอะไรบ้าง?
Negative Income Tax อาจส่งผลต่อทั้งระบบภาษี และการจัดสวัสดิการ จึงมีทั้งด้านที่เป็นประโยชน์และประเด็นที่ต้องติดตาม
ด้านที่อาจเป็นประโยชน์
- รัฐมีข้อมูลรายได้ประชาชนที่ครอบคลุมมากขึ้น
- การจัดสวัสดิการมีโอกาสตรงกับผู้ที่มีสิทธิมากขึ้น
- ลดความซ้ำซ้อนของมาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่
- ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยที่ตกหล่นจากระบบมีโอกาสเข้าถึงความช่วยเหลือมากขึ้น
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีจากผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์แต่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ
กระทรวงการคลังระบุว่า NIT มีเป้าหมายเชื่อมโยงระบบภาษีและสวัสดิการให้มีความแม่นยำและเป็นธรรมมากขึ้น
สิ่งที่ควรติดตาม
- หลักเกณฑ์ว่าใครบ้างจะได้รับความช่วยเหลือ
- วิธีคำนวณและจำนวนเงินช่วยเหลือ
- วิธีเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
- การดูแลข้อมูลส่วนบุคคล
- ผลกระทบต่อผู้ที่มีรายได้หลายทางหรือมีรายได้เปลี่ยนแปลงระหว่างปี
Negative Income Tax ต่างจากสวัสดิการทั่วไปอย่างไร?
Negative Income Tax ไม่ได้หมายถึงสวัสดิการเพียงโครงการเดียว แต่เป็นแนวคิดที่นำ ข้อมูลรายได้ ระบบภาษี และการจัดสวัสดิการ มาเชื่อมโยงกัน
ตัวอย่างเช่น หากรัฐมีข้อมูลรายได้ที่ชัดเจน ก็สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาว่าใครอยู่ในกลุ่มที่ควรได้รับความช่วยเหลือ และควรได้รับในระดับใด
จึงต่างจากการพิจารณาสวัสดิการเป็นรายโครงการที่อาจมีเงื่อนไขและฐานข้อมูลของตัวเอง
Negative Income Tax ต่างจากการลดหย่อนภาษีอย่างไร?
สองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน การลดหย่อนภาษี เป็นสิทธิที่นำรายการที่กฎหมายกำหนดมาหักออกจากเงินได้หรือใช้ในการคำนวณภาษี ทำให้ภาษีที่ต้องชำระลดลงตามหลักเกณฑ์
ส่วน Negative Income Tax เป็นแนวคิดที่เชื่อมระบบภาษีกับการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยผู้ที่อยู่ในกลุ่มตามเกณฑ์อาจได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ
ดังนั้น NIT จึงไม่ได้หมายถึงการ “ลดภาษีให้ทุกคน” แต่เป็นการออกแบบระบบให้การจัดเก็บภาษีและการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยทำงานเชื่อมโยงกันมากขึ้น
คนทั่วไปควรเตรียมตัวอย่างไร?
แม้รายละเอียดของ NIT ยังต้องติดตาม แต่การเตรียมข้อมูลรายได้ของตัวเองให้เป็นระบบไว้ล่วงหน้าเป็นเรื่องที่ทำได้
- ตรวจสอบว่าตัวเองมีรายได้จากช่องทางใดบ้าง
- เก็บหลักฐานรายได้และเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ให้เป็นระเบียบ
- ทำความเข้าใจหน้าที่ในการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- หากมีรายได้หลายประเภท ควรศึกษาหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรให้ตรงกับกรณีของตัวเอง
- ติดตามประกาศเกี่ยวกับ Negative Income Tax จากหน่วยงานภาครัฐโดยตรง
กรมสรรพากรระบุว่าการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นการแสดงรายการเงินได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และหน้าที่ในการยื่นแบบขึ้นอยู่กับประเภทและจำนวนเงินได้ของแต่ละกรณี

เงินให้ใจขอตอบเกี่ยวกับ Negative Income Tax (FAQ)
Negative Income Tax จะเริ่มใช้ในปี 2570 จริงไหม?
กระทรวงการคลังเคยประกาศเป้าหมายว่าจะเริ่มใช้ในปี 2570 แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ภายหลังยังสะท้อนว่าระบบอยู่ระหว่างการพัฒนาและเตรียมความพร้อม ดังนั้นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกำหนดการและหลักเกณฑ์อีกครั้ง
ถ้า Negative Income Tax เริ่มใช้จริง ทุกคนต้องเสียภาษีใช่ไหม?
ไม่ใช่ การยื่นแบบภาษีกับการเสียภาษีเป็นคนละเรื่อง ผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์อาจไม่มีภาษีที่ต้องชำระ ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ทางภาษีและรูปแบบของ NIT ที่ประกาศใช้
Negative Income Tax จะกระทบคนที่เสียภาษีอยู่แล้วหรือไม่?
ผู้ที่อยู่ในระบบภาษีและมีรายได้ถึงเกณฑ์อยู่แล้วอาจไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนอัตราภาษีโดยตรง แต่ระบบอาจทำให้การเชื่อมโยงและตรวจสอบข้อมูลรายได้มีความครอบคลุมมากขึ้น
สรุป
Negative Income Tax หรือ ภาษีเงินได้ติดลบ เป็นแนวคิดที่นำข้อมูลรายได้ ระบบภาษี และการจัดสวัสดิการมาเชื่อมโยงกัน โดยผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์อาจไม่ต้องเสียภาษีและอาจได้รับความช่วยเหลือจากรัฐตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่ผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์จะเข้าสู่ระบบภาษีตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับประเทศไทย กระทรวงการคลังเคยตั้งเป้านำระบบ Negative Income Tax มาใช้ในปี 2570 และมีการพัฒนาฐานข้อมูล Data Lake เพื่อรองรับแนวทางดังกล่าว แต่รายละเอียดเรื่องกำหนดการ หลักเกณฑ์ และสิทธิที่จะได้รับยังต้องติดตามจากภาครัฐ ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนทำได้ในตอนนี้คือทำความเข้าใจหน้าที่ด้านภาษีและเตรียมข้อมูลรายได้ของตัวเองให้พร้อม
สำหรับใครที่ต้องการขอสินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีของคุณ โดยบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดา 12.82% - 24.00% และกรณีนิติบุคคล 9.50% - 15.00% และ สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.ngernhaijai.com/
Line : https://เงินให้ใจ.com/FL3ZAr
เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899
เงินให้ใจ | รถแลกเงิน วิ่งสู่ทุกโอกาส รู้ผลอนุมัติไว
บริการสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อรถแลกเงินจากเงินให้ใจ สำหรับคนที่ต้องการสินเชื่อเงินด่วน แต่รถยังมีขับ รู้ผลอนุมัติไว ผ่อนสบาย รับรถหลายประเภท สมัครได้แล้ววันนี้
เผยแพร่ 31 ส.ค. 2569
บทความอื่น ๆ
ขายฝากคืออะไร? ทำความเข้าใจสัญญาขายฝากแบบละเอียด
ขายฝากคืออะไร? ทำความเข้าใจสัญญาขายฝาก การไถ่ทรัพย์คืน สินไถ่ ระยะเวลาไถ่ และข้อควรรู้ก่อนทำสัญญา พร้อมทำความเข้าใจสิทธิของผู้ขายฝาก
เผยแพร่ 31 ส.ค. 2569
การปรับโครงสร้างหนี้คืออะไร ช่วยลดภาระผ่อนได้จริงหรือไม่?
การปรับโครงสร้างหนี้คืออะไร? ช่วยลดภาระผ่อนได้อย่างไร เสียประวัติข้อมูลเครดิตไหม รวบรวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ พร้อมขั้นตอนขอปรับเงื่อนไขก่อนเป็นหนี้เสีย (NPL)
เผยแพร่ 31 ส.ค. 2569
การจำนำคืออะไร? ทุกเรื่องที่มือใหม่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกจำนำ
การจำนำคืออะไร? ทำความเข้าใจความหมาย ประเภททรัพย์ ข้อดี ข้อจำกัด การไถ่ถอน และความแตกต่างจากจำนอง พร้อมรู้จักสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ
เผยแพร่ 31 ส.ค. 2569