เช็กอัตราดอกเบี้ยรถมือสอง พร้อมวิธีคำนวณ ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ!
ดอกเบี้ยรถมือสอง เป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสองด้วยการจัดไฟแนนซ์ เพราะอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลโดยตรงต่อค่างวดรายเดือนและจำนวนเงินที่ต้องชำระตลอดอายุสัญญา โดยรถยนต์ที่มีราคาขายเท่ากันอาจมีภาระการผ่อนชำระแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขของผู้ให้บริการสินเชื่อ
บทความนี้ เงินให้ใจ จะพามาอัปเดตว่าดอกเบี้ยรถมือสอง 2569 อยู่ที่เท่าไหร่ มีวิธีคิดดอกเบี้ยรถมือสองอย่างไร รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อดอกเบี้ยไฟแนนซ์รถมือสอง เพื่อให้คนที่กำลังวางแผนจะซื้อรถ สามารถเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ ก่อนตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
ดอกเบี้ยรถมือสองเท่าไหร่ อัปเดตล่าสุดปี 2569
ดอกเบี้ยรถมือสอง 2569 มีเพดานอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่เกิน 15% ต่อปี สำหรับสัญญาเช่าซื้อรถยนต์มือสองของบุคคลธรรมดาเพื่อใช้ส่วนตัวที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้สรุปเพดานอัตราดอกเบี้ยสำหรับรถยนต์แต่ละประเภทไว้ดังนี้
- รถยนต์ใหม่ : อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่เกิน 10% ต่อปี
- รถยนต์มือสอง : อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่เกิน 15% ต่อปี
ทั้งนี้ เพดานอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้ให้บริการสินเชื่อทุกรายจะคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดเสมอไป เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยรถมือสองที่ผู้ซื้อแต่ละรายได้รับอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการสินเชื่อ
ปัจจัยอะไรทำให้ดอกเบี้ยรถมือสองสูงหรือต่ำ?
ปัจจัยที่อาจนำมาประกอบการพิจารณา เช่น
- อายุรถยนต์
- สภาพรถ
- จำนวนเงินดาวน์
- ระยะเวลาผ่อนชำระ
- การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อ
ทำไมดอกเบี้ยรถมือสองอาจสูงกว่ารถใหม่?
สาเหตุหนึ่งอาจมาจากรถยนต์มือสองผ่านการใช้งานมาแล้ว ทำให้มีปัจจัยด้านความเสื่อมสภาพและมูลค่าขายต่อที่ผู้ให้บริการต้องนำมาประเมินเพิ่มเติม จึงอาจได้รับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยแตกต่างจากรถยนต์ใหม่
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจจัดไฟแนนซ์รถมือสอง ผู้ซื้อควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยไฟแนนซ์รถมือสองที่แท้จริงต่อปี พร้อมเปรียบเทียบค่างวดและยอดชำระรวมตลอดสัญญา เพื่อให้สามารถประเมินภาระค่าใช้จ่าย และเลือกเงื่อนไขสินเชื่อที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของตนเองครับ
วิธีคิดดอกเบี้ยรถมือสอง คำนวณค่างวดอย่างไร?
แม้กฎหมายจะกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยรถมือสองไว้ที่ 15% ต่อปี โดยใช้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) เป็นเกณฑ์ แต่ในการคำนวณค่างวดเช่าซื้อรถยนต์ ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มักใช้อัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) ซึ่งคำนวณดอกเบี้ยจากยอดจัดไฟแนนซ์เริ่มต้นตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อเป็นผู้กำหนดอัตราดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของแต่ละแห่ง โดยต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Rate) เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบต้นทุนดอกเบี้ย และเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อก่อนการตัดสินใจ
ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) กับดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) ต่างกันอย่างไร?
ก่อนจะไปดูวิธีคำนวณดอกเบี้ยไฟแนนซ์รถมือสอง มาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยทั้งสองรูปแบบกันก่อนครับ
- Flat Rate (อัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่): เป็นการคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินที่กู้ตั้งแต่วันแรก โดยใช้ยอดเงินกู้เริ่มต้นเป็นฐานในการคำนวณดอกเบี้ยตลอดสัญญา แม้ว่าจะผ่อนชำระไปแล้วหลายงวดก็ตาม
- Effective Rate (อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี): เป็นอัตราที่แสดงต้นทุนดอกเบี้ยต่อปี โดยคำนึงถึงการทยอยชำระคืนเงินต้นตลอดสัญญา ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากผู้ให้บริการแต่ละแห่งได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ Flat Rate และ Effective Rate สามารถใช้แสดงข้อมูลของสัญญาเช่าซื้อฉบับเดียวกันได้ โดย Flat Rate ใช้คำนวณดอกเบี้ยจากเงินต้น ส่วน Effective Rate ใช้แสดงต้นทุนดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับเพดานดอกเบี้ยตามกฎหมาย

ตัวอย่างวิธีคำนวณดอกเบี้ยรถมือสองและค่างวดรายเดือน
คราวนี้เราลองมาดูตัวอย่างกันครับ โดยจะสมมติสถานการณ์ว่า ถ้าหากต้องการซื้อรถมือสองราคา 300,000 บาท จะต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่? โดยเราจะทดลองคำนวณค่างวดเบื้องต้นด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) ซึ่งคิดดอกเบี้ยจากยอดจัดไฟแนนซ์เริ่มต้นตลอดอายุสัญญา
- ราคารถยนต์มือสอง : 300,000 บาท
- เงินดาวน์ 20% : 60,000 บาท
- ยอดจัดไฟแนนซ์ : 240,000 บาท
- อัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) : 5% ต่อปี (อัตราสมมติ)
- ระยะเวลาผ่อนชำระ : 5 ปี หรือ 60 งวด
ขั้นตอนที่ 1 คำนวณยอดจัดไฟแนนซ์
เริ่มจากนำราคารถยนต์มาหักเงินดาวน์ เพื่อหาจำนวนเงินที่ต้องขอสินเชื่อ
สูตร : ราคารถยนต์ - เงินดาวน์ = ยอดจัดไฟแนนซ์
300,000 - 60,000 = 240,000 บาท
ขั้นตอนที่ 2 คำนวณดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา
สำหรับการคิดดอกเบี้ยแบบ Flat Rate จะใช้ยอดจัดไฟแนนซ์เริ่มต้นมาคำนวณดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ
สูตร : ยอดจัดไฟแนนซ์ × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนปีที่ผ่อน = ดอกเบี้ยรวม
240,000 × 5% × 5 = 60,000 บาท
ขั้นตอนที่ 3 คำนวณค่างวดรายเดือน
นำยอดจัดไฟแนนซ์รวมกับดอกเบี้ยทั้งหมด แล้วหารด้วยจำนวนงวดที่ต้องผ่อนชำระ
สูตร : (ยอดจัดไฟแนนซ์ + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนงวด = ค่างวดรายเดือน
(240,000 + 60,000) ÷ 60 = 5,000 บาทต่อเดือน
จากตัวอย่างข้างต้น หากซื้อรถมือสองราคา 300,000 บาท วางเงินดาวน์ 20% และผ่อนชำระเป็นเวลา 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) 5% ต่อปี จะมีค่างวดเบื้องต้น 5,000 บาทต่อเดือน หรือมียอดผ่อนชำระรวมตลอด 60 งวดเท่ากับ 300,000 บาท โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการคำนวณจากเงินต้นและดอกเบี้ยตามสมมติฐานที่กำหนด ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับสัญญาเช่าซื้อ
หมายเหตุ:
ตัวอย่างข้างต้นใช้อัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) 5% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราสมมติสำหรับอธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยที่เสนอโดยเงินให้ใจหรือผู้ให้บริการรายใด และไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Rate)
เลือกไฟแนนซ์รถมือสองต้องดูอะไรบ้าง?
ก่อนตัดสินใจเลือกไฟแนนซ์รถมือสอง ควรตรวจสอบรายละเอียดของผู้ให้บริการอย่างรอบคอบ เพื่อทำการเปรียบเทียบต้นทุนสินเชื่อ และประเมินภาระทางการเงินที่ต้องรับผิดชอบตลอดอายุสัญญา โดยมีข้อควรพิจารณาดังนี้
1. ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Rate)
ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีของผู้ให้บริการแต่ละแห่ง โดยสิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- ตรวจสอบว่าข้อเสนอสินเชื่อแสดงอัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ (Flat Rate) และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Rate) ไว้อย่างไร เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบต้นทุนดอกเบี้ยได้อย่างถูกต้อง
- อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีอยู่ภายใต้เพดานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
- อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ได้รับแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นอย่างไร
2. เปรียบเทียบค่างวดและยอดชำระรวมตลอดสัญญา
แม้การผ่อนระยะยาวอาจช่วยลดค่างวดรายเดือน แต่ก็อาจทำให้ดอกเบี้ยรวมสูงขึ้นได้ ดังนั้น ก่อนเลือกไฟแนนซ์รถมือสอง ควรพิจารณาทั้งค่างวดและยอดชำระรวม โดยตรวจสอบว่า
- ต้องผ่อนชำระเดือนละเท่าไหร่ และจำนวนดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่
- ต้องผ่อนชำระทั้งหมดกี่งวด
- เมื่อรวมเงินดาวน์ ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว ต้องชำระเงินทั้งหมดเท่าไหร่
3. พิจารณาเงินดาวน์และระยะเวลาผ่อนชำระ
เงินดาวน์และระยะเวลาผ่อนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อยอดจัดไฟแนนซ์และภาระผ่อนชำระ โดยการวางเงินดาวน์มากขึ้นช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องขอสินเชื่อ แต่ก็ควรพิจารณาควบคู่กับเงินสำรองที่มีอยู่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน
นอกจากนี้ ควรเปรียบเทียบระยะเวลาผ่อนชำระที่แตกต่างกัน เช่น 48 งวด 60 งวด หรือ 72 งวด เพื่อประเมินว่าค่างวดและดอกเบี้ยรวมของแต่ละทางเลือก เหมาะสมกับรายได้และภาระค่าใช้จ่ายหรือไม่
4. ตรวจสอบค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
นอกจากดอกเบี้ยรถมือสองแล้ว การจัดไฟแนนซ์อาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขของสัญญา เช่น
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) : ตรวจสอบว่าค่างวดที่ได้รับแจ้งรวม VAT แล้วหรือไม่
- ค่าประกันภัยรถยนต์ : ตรวจสอบประเภทประกันรถยนต์ เบี้ยประกัน และเงื่อนไขความคุ้มครอง
- ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ : เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามสัญญาที่สามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย
การตรวจสอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะช่วยให้คุณประเมินต้นทุนการซื้อรถมือสองได้ครบถ้วนมากขึ้น และลดความคลาดเคลื่อนระหว่างค่างวดที่คำนวณเบื้องต้นกับยอดชำระจริง
5. อ่านรายละเอียดและเงื่อนไขสัญญาก่อนเซ็น
ก่อนตกลงทำสัญญาเช่าซื้อรถมือสอง ควรอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเงื่อนไขที่อาจส่งผลต่อภาระทางการเงินในอนาคต ได้แก่
- การผิดนัดชำระ : ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยผิดนัดและเงื่อนไขเมื่อไม่สามารถชำระค่างวดได้ตามกำหนด
- การปิดบัญชีก่อนกำหนด : ตรวจสอบสิทธิในการได้รับส่วนลดดอกเบี้ยและวิธีคำนวณยอดปิดบัญชี
- การสิ้นสุดสัญญา : ศึกษาเงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์เมื่อชำระค่างวดครบถ้วน

เงินให้ใจขอตอบ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอกเบี้ยรถมือสอง (FAQ)
Q: ซื้อรถมือสองแบบไม่ดาวน์ ดอกเบี้ยรถมือสองจะสูงขึ้นไหม?
A: การไม่วางเงินดาวน์จะทำให้ยอดจัดไฟแนนซ์สูงกว่า ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยรวมและค่างวดรายเดือนอาจสูงขึ้น แม้จะใช้อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระเท่ากัน ทั้งนี้ การอนุมัติสินเชื่อแบบไม่ดาวน์ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และการพิจารณาของผู้ให้บริการแต่ละแห่งด้วยครับ
Q: รถมือสองปิดบัญชีก่อนกำหนด จะได้ส่วนลดดอกเบี้ยหรือไม่?
A: ได้ครับ สำหรับสัญญาเช่าซื้อรถยนต์มือสองของบุคคลธรรมดาเพื่อใช้ส่วนตัวที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ผู้เช่าซื้อมีสิทธิได้รับส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระเมื่อปิดบัญชีก่อนกำหนด โดยหลักเกณฑ์ที่กำกับโดยธนาคารแห่งประเทศไทยมีผลกับสัญญาใหม่ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
ซึ่งจำนวนส่วนลดขึ้นอยู่กับจำนวนงวดที่ชำระไปแล้วและเงื่อนไขที่ใช้กับสัญญา ผู้เช่าซื้อจึงควรสอบถามยอดปิดบัญชีและตรวจสอบรายละเอียดจากผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจชำระหนี้ทั้งหมดครับ
Q: ค่างวดรถมือสองรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้วหรือยัง?
A: ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่ระบุในใบเสนอราคาและสัญญาเช่าซื้อครับ เนื่องจากการเช่าซื้อรถยนต์ที่อยู่ภายใต้ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มมีการคิด VAT จากค่างวดเช่าซื้อ ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยยอดที่ผู้ให้บริการแจ้งอาจเป็นค่างวดก่อนรวม VAT หรือยอดชำระที่รวม VAT แล้ว ดังนั้น ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียดในใบเสนอราคาและสัญญาเช่าซื้อ เพื่อให้ทราบยอดผ่อนชำระจริงในแต่ละเดือน
เข้าใจดอกเบี้ยรถมือสอง เพื่อวางแผนผ่อนอย่างเหมาะสม
การทำความเข้าใจดอกเบี้ยรถมือสองเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ที่กำลังวางแผนซื้อรถสามารถประเมินค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบด้าน ตั้งแต่อัตราดอกเบี้ยรถมือสอง วิธีคิดดอกเบี้ยรถมือสองและคำนวณค่างวด ไปจนถึงเงื่อนไขของสัญญาเช่าซื้อ โดยก่อนตัดสินใจจัดไฟแนนซ์ ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและยอดชำระรวมตลอดสัญญา พร้อมประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ เพื่อไม่ให้ภาระหนี้กระทบต่อค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวันครับ
สำหรับผู้ที่มีรถยนต์อยู่แล้วและต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน เงินให้ใจ มีบริการ สินเชื่อรถแลกเงิน สนใจสมัคร สามารถศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติผู้สมัคร อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขการชำระคืน เพื่อประกอบการพิจารณาทางเลือกทางการเงิน ที่สอดคล้องกับความจำเป็นของตัวเองมากที่สุดได้เลยครับ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเงินให้ใจ ผู้ให้บริการสินเชื่อรถแลกเงิน
สำหรับใครที่ต้องการขอสินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีของคุณ โดยบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดา 12.82% - 24.00% และกรณีนิติบุคคล 9.50% - 15.00% และ สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.ngernhaijai.com/
Line : https://เงินให้ใจ.com/FL3ZAr
เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899
เงินให้ใจ | รถแลกเงิน วิ่งสู่ทุกโอกาส รู้ผลอนุมัติไว
บริการสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อรถแลกเงินจากเงินให้ใจ สำหรับคนที่ต้องการสินเชื่อเงินด่วน แต่รถยังมีขับ รู้ผลอนุมัติไว ผ่อนสบาย รับรถหลายประเภท สมัครได้แล้ววันนี้
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569
บทความอื่น ๆ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร? สรุปวิธีคำนวณและทุกเรื่องที่ควรรู้
สรุปอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ใช้บ่อย ทั้งค่าบริการ ค่าเช่า และค่าโฆษณา พร้อมวิธีคิดแบบง่าย ๆ และกำหนดส่งภาษีที่ไม่ควรพลาดในแต่ละเดือน
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569
DSR คืออะไร? เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจยื่นขอสินเชื่อ
DSR คืออะไร คำนวณยังไง? รู้จัก Debt Service Ratio หรืออัตราส่วนภาระผ่อนชำระต่อรายได้ พร้อมวิธีคำนวณ และวิธีลด DSR ก่อนยื่นขอสินเชื่อ
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569
ไขข้อสงสัย! ผู้ค้ำประกันคือใคร ถ้าขอสินเชื่อไม่ต้องมีคนค้ำได้ไหม?
การค้ำประกัน คืออะไร ผู้ค้ำประกันมีหน้าที่และความรับผิดอย่างไร เช็กคุณสมบัติ สิทธิตามกฎหมาย และทางเลือกขอสินเชื่อแบบไม่ค้ำ ไม่ต้องใช้สลิป
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569