DSR คืออะไร? เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจยื่นขอสินเชื่อ
ก่อนยื่นขอสินเชื่อ หลายคนมักดูแค่ว่ารายได้ถึงเกณฑ์หรือไม่ แต่สิ่งที่ผู้ให้บริการพิจารณาด้วยคือ รายได้ในแต่ละเดือนถูกใช้ไปกับการผ่อนชำระค่างวดมากน้อยแค่ไหน ตัวเลขนี้เรียกว่า DSR และเป็นตัวเลขที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ
บทความนี้ เงินให้ใจ สรุปครบเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ DSR ตั้งแต่ความหมาย ความสำคัญ วิธีคำนวณ ไปจนถึงวิธีลด DSR ก่อนยื่นขอสินเชื่อครับ
DSR คืออะไร?
DSR (Debt Service Ratio) คือ อัตราส่วนภาระผ่อนชำระต่อรายได้ ใช้บอกว่ารายได้ในแต่ละเดือนต้องนำไปผ่อนชำระค่างวดกี่เปอร์เซ็นต์ ยิ่ง DSR สูง เงินที่เหลือไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็ยิ่งน้อย

ความสำคัญของ DSR สำหรับผู้ขอสินเชื่อ
DSR ช่วยให้รู้ว่าหากขอสินเชื่อเพิ่ม จะยังชำระคืนไหวหรือไม่ และช่วยเตรียมตัวก่อนยื่นขอสินเชื่อได้ ดังนี้
- ใช้เช็กสุขภาพการเงิน ถ้า DSR สูง แปลว่าเงินที่เหลือไว้ใช้จ่ายและเก็บออมมีน้อย และอาจชำระค่างวดไม่ไหวหากมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
- ใช้ประเมินก่อนขอสินเชื่อเพิ่ม นำค่างวดของสินเชื่อที่ตั้งใจจะขอมารวมคำนวณด้วย จะเห็นว่าหลังได้สินเชื่อแล้ว DSR จะสูงขึ้นแค่ไหน
- เข้าใจมุมมองของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการใช้ DSR เป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการพิจารณาความสามารถในการชำระคืน ซึ่งมีผลต่อผลการพิจารณา วงเงิน และระยะเวลาผ่อนชำระ โดยดูร่วมกับประวัติการชำระค่างวด อาชีพ และความสม่ำเสมอของรายได้
- มีเวลาเตรียมตัวก่อนยื่นขอสินเชื่อ ถ้ารู้ว่า DSR สูงเกินไป ก็ปรับภาระผ่อนชำระที่มีอยู่ให้เบาลงก่อนได้
วิธีคำนวณ DSR แบบเข้าใจง่าย
DSR = ค่างวดที่ต้องผ่อนชำระทั้งหมดต่อเดือน ÷ รายได้ต่อเดือน × 100
ตัวอย่างเช่น มีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ผ่อนค่างวดรถ 8,000 บาท และผ่อนสินค้า 4,000 บาท รวมค่างวด 12,000 บาท
DSR = 12,000 ÷ 30,000 × 100 = 40%
หมายความว่ารายได้ 40% ในแต่ละเดือนถูกใช้ไปกับการผ่อนชำระค่างวด
ค่างวดที่นำมาคิด ได้แก่ ค่างวดบ้าน ค่างวดรถ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และการผ่อนสินค้า ส่วนค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ ไม่นับรวม สำหรับรายได้ ให้ใช้รายได้ประจำที่มีหลักฐานยืนยันได้ เช่น เงินเดือน หรือรายได้ที่เห็นได้จากรายการเดินบัญชี
DSR เท่าไหร่ถึงเหมาะสม?
สมาคมนักวางแผนการเงินไทยแนะนำว่า DSR ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ เพื่อให้มีเงินเหลือเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นและการออม ส่วนเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาสินเชื่อจริง ผู้ให้บริการแต่ละแห่งจะกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ของตัวเอง ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามประเภทสินเชื่อและข้อมูลของผู้ขอสินเชื่อ

วิธีลด DSR ก่อนยื่นขอสินเชื่อ
DSR ลดลงได้สองทาง คือลดภาระผ่อนชำระต่อเดือน หรือเพิ่มรายได้ที่มีหลักฐานยืนยันได้ แนวทางที่ทำได้จริง มีดังนี้
- ปิดยอดก้อนเล็กหรือยอดที่ดอกเบี้ยสูงก่อน เช่น ยอดค้างบัตรเครดิตหรือยอดผ่อนสินค้า เมื่อปิดยอดได้ ภาระผ่อนชำระต่อเดือนก็ลดลงทันที
- ชะลอภาระผ่อนชำระใหม่ ช่วงก่อนยื่นขอสินเชื่อ ควรงดการผ่อนสินค้าหรือเปิดบัตรใหม่ที่ไม่จำเป็น
- รวมยอดผ่อนหลายก้อนเป็นก้อนเดียว ช่วยให้จัดการง่ายขึ้น และค่างวดต่อเดือนอาจลดลงหากได้อัตราดอกเบี้ยหรือระยะเวลาผ่อนชำระที่เหมาะสม
- พิจารณาระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวขึ้น ค่างวดต่อเดือนจะลดลง แต่ดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาอาจสูงขึ้น จึงควรเปรียบเทียบให้รอบคอบ
- ทำให้รายได้ตรวจสอบได้ เช่น นำรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ให้บริการเห็นรายได้ที่แท้จริง
- ยื่นขอสินเชื่อร่วมกับคนในครอบครัว หากมีคนในครอบครัวที่มีรายได้และตั้งใจช่วยผ่อนชำระอยู่แล้ว การยื่นขอร่วมกันช่วยให้นำรายได้ของทั้งสองคนมาพิจารณาร่วมกันได้
เงินให้ใจขอตอบเกี่ยวกับ DSR (FAQ)
Q: DSR กับประวัติข้อมูลเครดิตต่างกันอย่างไร?
A: DSR ดูภาระผ่อนชำระในปัจจุบันเทียบกับรายได้ ส่วนประวัติข้อมูลเครดิตบอกพฤติกรรมการชำระค่างวดที่ผ่านมา เช่น ชำระตรงเวลาหรือเคยค้างชำระหรือไม่ ผู้ให้บริการมักพิจารณาทั้งสองอย่างประกอบกัน การชำระค่างวดให้ตรงเวลาและขอสินเชื่อให้เหมาะกับรายได้จึงสำคัญไม่แพ้กัน
Q: อาชีพอิสระที่รายได้ไม่แน่นอน ต้องคำนวณ DSR อย่างไร?
A: ใช้รายได้เฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังหลายเดือนมาคำนวณแทน เช่น ดูจากรายการเดินบัญชีหรือเอกสารแสดงรายได้ ทั้งนี้ผู้ให้บริการแต่ละแห่งอาจประเมินรายได้ของอาชีพอิสระแตกต่างกัน การมีหลักฐานรายได้ที่ชัดเจนและสม่ำเสมอจึงช่วยได้มาก
สรุป
DSR เป็นตัวเลขที่บอกว่ารายได้ในแต่ละเดือนถูกใช้ไปกับการผ่อนชำระค่างวดมากแค่ไหน การคำนวณ DSR ก่อนยื่นขอสินเชื่อ ช่วยให้รู้ว่าสินเชื่อก้อนใหม่ยังชำระคืนไหวหรือไม่ และมีเวลาปรับภาระผ่อนชำระที่มีอยู่ให้เบาลงก่อนตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่มียอดผ่อนหลายก้อนจนภาระผ่อนชำระแต่ละเดือนสูง และมีรถยนต์เป็นของตัวเอง รวมหนี้เป็นก้อนเดียว จาก เงินให้ใจ เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยรวบยอดผ่อนหลายก้อนให้เหลือค่างวดเดียว วางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น โดยยังใช้รถได้ตามปกติครับ
ข้อควรรู้ก่อนขอสินเชื่อรถแลกเงิน
สำหรับใครที่ต้องการขอสินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีของคุณ โดยบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดา 12.82% - 24.00% และกรณีนิติบุคคล 9.50% - 15.00% และ สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.ngernhaijai.com/
Line : https://เงินให้ใจ.com/FL3ZAr
เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899
เงินให้ใจ | รถแลกเงิน วิ่งสู่ทุกโอกาส รู้ผลอนุมัติไว
บริการสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อรถแลกเงินจากเงินให้ใจ สำหรับคนที่ต้องการสินเชื่อเงินด่วน แต่รถยังมีขับ รู้ผลอนุมัติไว ผ่อนสบาย รับรถหลายประเภท สมัครได้แล้ววันนี้
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569
บทความอื่น ๆ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร? สรุปวิธีคำนวณและทุกเรื่องที่ควรรู้
สรุปอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ใช้บ่อย ทั้งค่าบริการ ค่าเช่า และค่าโฆษณา พร้อมวิธีคิดแบบง่าย ๆ และกำหนดส่งภาษีที่ไม่ควรพลาดในแต่ละเดือน
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569
ไขข้อสงสัย! ผู้ค้ำประกันคือใคร ถ้าขอสินเชื่อไม่ต้องมีคนค้ำได้ไหม?
การค้ำประกัน คืออะไร ผู้ค้ำประกันมีหน้าที่และความรับผิดอย่างไร เช็กคุณสมบัติ สิทธิตามกฎหมาย และทางเลือกขอสินเชื่อแบบไม่ค้ำ ไม่ต้องใช้สลิป
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569
เช็กอัตราดอกเบี้ยรถมือสอง พร้อมวิธีคำนวณ ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ!
เช็กอัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2569 ตามกฎหมาย พร้อมวิธีคิดดอกเบี้ยรถมือสอง ตัวอย่างคำนวณค่างวด และข้อควรรู้ก่อนเลือกไฟแนนซ์ให้เหมาะกับงบของคุณ
เผยแพร่ 29 ต.ค. 2569