อายัดเงินเดือน อายัดเงินเดือน

5 วิธีแก้ไขปัญหา ต้องทำยังไงหากโดนอายัดเงินเดือน?

การอายัดเงินเดือน คือ กระบวนการทางกฎหมายที่เจ้าหนี้สามารถดำเนินการได้หลังจากชนะคดีในศาล เพื่อหักเงินเดือนโดยตรงก่อนที่ลูกหนี้จะได้รับ ใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สิน และกังวลว่าจะโดนอายัดเงินเดือน หรือถูกอายัดเงินเดือนไปแล้ว จะแก้อย่างไรดี บทความนี้เงินให้ใจจะพาคุณมาศึกษาข้อมูล ตั้งแต่เงื่อนไขการฟ้องร้อง อายัดเงินเดือนได้เท่าไหร่ตามกฎหมาย ไปจนถึงวิธีไกล่เกลี่ยอายัดเงินเดือน และแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำครับ

สาเหตุของการถูกอายัดเงินเดือน

การอายัดเงินเดือนมักเกิดขึ้นเมื่อลูกหนี้มีหนี้เสียค้างชำระเป็นเวลานานจนเจ้าหนี้ตัดสินใจฟ้องร้องดำเนินคดี และศาลมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้แล้ว แต่ลูกหนี้ยังคงไม่ดำเนินการ ซึ่งหนี้ที่มักนำไปสู่การอายัดเงินเดือนมีดังนี้

- หนี้เสียบัตรเครดิต ที่ค้างชำระนาน และไม่มีการติดต่อเจรจากับเจ้าหนี้

- สินเชื่อส่วนบุคคล ที่ผิดนัดชำระหลายงวดติดต่อกัน

- หนี้จากการค้ำประกัน เมื่อลูกหนี้หลักไม่ชำระ ผู้ค้ำประกันอาจโดนอายัดแทน

- หนี้ตามคำพิพากษา ที่ศาลสั่งให้ชำระแต่ยังเพิกเฉย

หากปล่อยให้หนี้เหล่านี้ค้างนานโดยไม่ติดต่อเจรจา โอกาสที่จะโดนอายัดเงินเดือนก็จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นการเข้าใจว่าหนี้ประเภทใดมีความเสี่ยงสูง จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการวางแผนรับมือ ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปถึงขั้นถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

เป็นหนี้เท่าไหร่ถึงโดนฟ้องร้องและอายัดเงินเดือน?

หลายคนคิดว่าต้องมียอดหนี้สูงถึงระดับหนึ่งถึงจะถูกฟ้องร้อง แต่ความจริงแล้ว ไม่มีการกำหนดวงเงินขั้นต่ำสำหรับการฟ้องร้องในกฎหมายไทย เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องร้องได้เมื่อเกิดการผิดนัดชำระหนี้ตามเงื่อนไขของสัญญา แต่ในทางปฏิบัติ สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักมีขั้นตอนติดตามและเจรจากับลูกหนี้ก่อนดำเนินคดี

โดยตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงินต้องพิจารณาเสนอแนวทางช่วยเหลือ และปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ก่อนดำเนินคดี โดยอย่างน้อย 2 ช่วง ได้แก่​​

ก่อนที่หนี้จะกลายเป็นหนี้เสีย (NPL; Non-Performing Loan) 1 ครั้ง เมื่อเริ่มมีสัญญาณว่าลูกหนี้กำลังมีปัญหา

หลังจากเป็นหนี้เสียแล้วอีก 1 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ก่อนเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และหากศาลมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระ เจ้าหนี้จึงอาจเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี เช่น การอายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์ได้

กฎหมายเกี่ยวกับการอายัดเงินเดือน

กฎหมายได้กำหนดหลักเกณฑ์การอายัดเงินเดือนไว้ดังนี้

- เงินเดือนไม่เกิน 20,000 บาท ไม่สามารถอายัดได้

- เงินเดือนเกิน 20,000 บาท เจ้าหนี้สามารถอายัดเงินเดือนในส่วนที่เกิน 20,000 บาทได้

- ค่าล่วงเวลา เบี้ยขยัน ค่าคอมมิชชั่น สามารถถูกอายัดได้ไม่เกิน 30%

- เงินโบนัส สามารถถูกอายัดได้ไม่เกิน 50%

เงินตอบแทนกรณีออกจากงาน (เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน, เงินบำเหน็จ, เงินตอบแทนเมื่อสิ้นสุดการจ้าง) ส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาทแรก อายัดไม่ได้ ส่วนที่เกิน 300,000 บาท อายัดได้

ดังนั้นการอายัดเงินเดือนได้เท่าไหร่จึงขึ้นอยู่กับ ประเภทของรายได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าล่วงเวลา ค่าคอมมิชชั่น โบนัส หรือเงินชดเชยเมื่อออกจากงาน ซึ่งแต่ละประเภทมีหลักเกณฑ์การอายัดแตกต่างกันตามกฎหมาย เพื่อให้ลูกหนี้ยังคงมีเงินเพียงพอสำหรับการดำรงชีพ

การอายัดเงินเดือนได้เท่าไหร่จะขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้

4 ขั้นตอนก่อนถูกฟ้องและอายัดเงินเดือน

ก่อนที่เจ้าหนี้จะฟ้องร้องดำเนินคดีจนนำไปสู่การอายัดเงินเดือน มักมีกระบวนการทวงถามตามลำดับขั้นตอนดังนี้

1. ทวงถามทางโทรศัพท์ - เจ้าหนี้หรือบริษัทติดตามหนี้จะโทรศัพท์ทวงถามเป็นระยะ ซึ่งถือเป็นสัญญาณแรกที่ไม่ควรเพิกเฉย

2. ส่งจดหมายทวงถาม - หากยังไม่มีการติดต่อกลับหรือชำระหนี้ จะมีจดหมายทวงถามอย่างเป็นทางการ ส่งถึงที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

3. หนังสือทวงถามและบอกเลิกสัญญา - เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเจ้าหนี้เตรียมดำเนินการทางกฎหมายแล้ว หากได้รับหนังสือนี้ควรติดต่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยทันที

4. ฟ้องร้องดำเนินคดี - เมื่อไม่มีการชำระหนี้หรือเจรจาใด ๆ เจ้าหนี้จะยื่นฟ้องต่อศาล ซึ่งเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว ขั้นตอนการโดนอายัดเงินเดือนก็จะตามมา

กระบวนการหลังจากถูกฟ้องร้อง

1. การส่งหมายเรียก — ศาลจะออกหมายเรียกให้ลูกหนี้มาศาลเพื่อไกล่เกลี่ยหรือต่อสู้คดี

2. การพิจารณาคดี — หากไกล่เกลี่ยไม่ได้ ศาลจะพิจารณาและมีคำพิพากษา

3. คำพิพากษา — หากลูกหนี้แพ้คดี ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษา

4. การบังคับคดี — หากไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอบังคับคดี นำไปสู่การอายัดเงินเดือนในที่สุด

5 วิธีแก้ปัญหาเมื่อถูกอายัดเงินเดือน จะแก้อย่างไร?

เมื่อทราบว่าจะมีการอายัดเงินเดือนเกิดขึ้น หรือได้รับหนังสือแจ้งเกี่ยวกับการบังคับคดี ควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจสถานการณ์ ตรวจสอบความถูกต้องของหนี้ และพิจารณาทางเลือกในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการเจรจากับเจ้าหนี้ การยื่นคำร้องเพื่อขอเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้ หรือปรับแผนการเงินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ใหม่

1. ตั้งสติและทำความเข้าใจเอกสารคำสั่ง

เมื่อได้รับหมายเกี่ยวกับการอายัดเงินเดือน ให้อ่านรายละเอียดให้ครบถ้วน ทำความเข้าใจว่าเป็นหนี้จากที่ใด จำนวนเท่าไร และอายัดเงินเดือนได้เท่าไหร่

2. ยื่นคำร้องหากมีเหตุจำเป็น

หากคุณมีภาระจำเป็นต้องใช้เงิน คุณอาจขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือใช้สิทธิตามกฎหมายหากมีเหตุอันสมควร เช่น ภาระเลี้ยงดูบุตร ค่ารักษาพยาบาลโรคประจำตัว หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นที่พิสูจน์ได้

3. เจรจากับเจ้าหนี้

แม้จะถูกอายัดเงินเดือนแล้ว คุณยังสามารถเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอผ่อนปรน เช่น

- ขอลดยอดหนี้

- ขอลดอัตราดอกเบี้ย

- ขอขยายระยะเวลาชำระหนี้

- ขอเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ หรือตกลงแนวทางชำระหนี้ใหม่

4. จัดทำแผนการเงินใหม่

เมื่อถูกอายัดเงินเดือน คุณจำเป็นต้องปรับแผนการใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อให้มีสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอ และสามารถรับมือกับภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

- จัดลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่าย

- หารายได้เสริมเพื่อชดเชยส่วนที่ถูกอายัดพื่อชดเชยส่วนที่ถูกอายัด

- วางแผนชำระหนี้ให้หมดเร็วที่สุด

5. พิจารณาทางเลือกในการรีไฟแนนซ์หนี้

สำหรับผู้ที่ยังมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของผู้ให้บริการ การรีไฟแนนซ์ โดยเฉพาะในกรณีของหนี้เสียบัตรเครดิต เพราะจะช่วยรวมหนี้

6 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาและการไกล่เกลี่ยอายัดเงินเดือน

การถูกอายัดเงินเดือนมักเกิดจากการปล่อยให้หนี้ค้างชำระเป็นเวลานาน จนเจ้าหนี้ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ดังนั้นการจัดการปัญหาหนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องและเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีได้ โดยมีวิธีป้องกันดังนี้ครับ

1. ชำระหนี้ตรงเวลาและจ่ายอย่างน้อยตามยอดขั้นต่ำ

การชำระหนี้ตรงเวลาช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดดอกเบี้ยผิดนัด ค่าปรับ และการถูกบันทึกประวัติเครดิตในทางลบ โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง หากไม่สามารถชำระเต็มจำนวนได้ ควรชำระอย่างน้อยตามยอดขั้นต่ำที่กำหนดเพื่อป้องกันการผิดนัดชำระหนี้

2. ติดต่อเจ้าหนี้ทันทีเมื่อเริ่มมีปัญหาทางการเงิน

หากเริ่มประสบปัญหารายได้ลดลงหรือมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ควรติดต่อเจ้าหนี้โดยเร็วที่สุดเพื่อแจ้งสถานการณ์ และหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน การหลีกเลี่ยงการติดต่อหรือปล่อยให้หนี้ค้างชำระเป็นเวลานาน อาจทำให้โอกาสในการเจรจาลดลง และเพิ่มความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีในอนาคต

ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อเคลียร์ปัญหาก่อนนำไปสู่การอายัดเงินเดือน

3. ขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนกลายเป็นหนี้เสีย (NPL)

การปรับโครงสร้างหนี้เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ต่อเนื่องมากขึ้น เช่น

- การลดค่างวด

- ขยายระยะเวลาผ่อนชำระ

- ปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถทางการเงิน

การเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยป้องกันไม่ให้หนี้กลายเป็นหนี้เสีย (NPL)

4. วางแผนรายรับรายจ่ายอย่างรอบคอบ

ควรจัดทำงบประมาณรายเดือน และติดตามค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทราบว่ามีเงินเพียงพอสำหรับชำระหนี้ และค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือไม่ การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน จะช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ในระยะยาวได้

5. ตรวจสอบและรักษาประวัติเครดิตให้ดีอยู่เสมอ

ประวัติเครดิตที่ดีช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อ หรือการช่วยเหลือทางการเงินจากสถาบันการเงินในอนาคต ลูกหนี้ควรตรวจสอบข้อมูลเครดิตของตนเองเป็นระยะ เพื่อให้ทราบสถานะหนี้ และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

6. อย่าเพิกเฉยต่อหนังสือทวงถามหรือหมายศาล

หากได้รับหนังสือทวงถาม หนังสือแจ้งผิดนัด หรือหมายศาล ไม่ควรละเลยหรือหลีกเลี่ยงการดำเนินการ เพราะอาจทำให้สูญเสียโอกาสในการเจรจาไกล่เกลี่ยหรือหาทางออกร่วมกับเจ้าหนี้ การเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหนี้ตั้งแต่ต้น อาจช่วยป้องกันไม่ให้คดีเข้าสู่ขั้นตอนบังคับคดีที่นำไปสู่การอายัดเงินเดือนได้

เงินให้ใจขอตอบ (FAQs) เกี่ยวกับการอายัดเงินเดือน

โดนอายัดเงินเดือนแล้วลาออกจากงานได้ไหม?

ได้ แต่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาครับ เพราะเมื่อเริ่มงานใหม่ เจ้าหนี้หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบข้อมูลนายจ้างรายใหม่ ก็สามารถดำเนินการอายัดเงินเดือนจากนายจ้างรายใหม่ได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย

ถ้าโดนอายัดเงินเดือน ต้องทำอย่างไร ใช้เวลานานแค่ไหนในการชำระหนี้?

ระยะเวลาการอายัดเงินเดือนขึ้นอยู่กับยอดหนี้คงค้างทั้งหมด โดยนายจ้างจะหักเงินเดือนตามคำสั่งอายัด และนำส่งตามกระบวนการบังคับคดีเป็นรายเดือน จนกว่าหนี้ตามคำพิพากษา รวมถึงดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้รับการชำระครบถ้วน

ทั้งนี้ หากลูกหนี้และเจ้าหนี้สามารถตกลงชำระหนี้ใหม่ หรือมีการปิดหนี้ก่อนกำหนดได้ การอายัดเงินเดือนก็อาจสิ้นสุดลงก่อนที่หนี้จะถูกหักชำระครบตามกำหนด

ถูกอายัดเงินเดือน สามารถขอสินเชื่อได้ไหม?

สามารถขอสินเชื่อได้ แต่โอกาสได้รับอนุมัติอาจลดลง เนื่องจากการถูกอายัดเงินเดือนมักเกิดจากการผิดนัดชำระหนี้ และเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี ซึ่งอาจสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านเครดิต และความสามารถในการชำระหนี้ในมุมมองของสถาบันการเงิน

อย่างไรก็ตาม การถูกอายัดเงินเดือนไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถขอสินเชื่อได้เลย โดยสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อรถแลกเงิน หรือสินเชื่อที่ใช้ทรัพย์สินค้ำประกัน อาจมีโอกาสได้รับการพิจารณามากกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน เนื่องจากผู้ให้กู้มีหลักประกันรองรับความเสี่ยงเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผลการอนุมัติยังขึ้นอยู่กับรายได้ ภาระหนี้ และเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย

เจ้าหนี้อายัดเงินเดือนโดยไม่มีคำพิพากษาได้ไหม?

ไม่ได้ โดยทั่วไปเจ้าหนี้ต้องได้รับคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลที่สามารถนำไปบังคับคดีได้ก่อน จึงจะยื่นขออายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์ของลูกหนี้ ผ่านกระบวนการบังคับคดีได้

ต้องทำอย่างไรหากยอดหนี้ที่ถูกอายัดไม่ถูกต้อง?

หากเห็นว่ายอดหนี้หรือจำนวนเงินที่ถูกอายัดไม่ถูกต้อง ควรติดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อขอตรวจสอบรายละเอียดของการบังคับคดีก่อน หากยังมีข้อโต้แย้ง สามารถใช้สิทธิตามกฎหมายในการยื่นคำร้องต่อศาลหรือดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดเตรียมหลักฐานประกอบให้ครบถ้วน

สรุป

การถูกอายัดเงินเดือนไม่ได้หมายความว่าลูกหนี้จะหมดโอกาสในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเสมอไป เพราะยังสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อหาทางออกร่วมกันได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะการไกล่เกลี่ยอายัดเงินเดือนหรือการเจรจาประนีประนอมชำระหนี้ ซึ่งอาจช่วยปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ ลดภาระรายเดือน หรือกำหนดแผนการชำระหนี้ใหม่ให้เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินของลูกหนี้มากขึ้น

สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรเพิกเฉยต่อปัญหาหนี้หรือหลีกเลี่ยงการติดต่อเจ้าหนี้ เพราะยิ่งเริ่มเจรจาเร็วเท่าไร โอกาสในการหาข้อยุติที่เหมาะสมก็ยิ่งมีมากขึ้น หากกำลังเผชิญปัญหาถูกอายัดเงินเดือน ควรศึกษาสิทธิของตนเองตามกฎหมาย เตรียมข้อมูลทางการเงินให้ครบถ้วน และพิจารณาแนวทางไกล่เกลี่ยอายัดเงินเดือน เพื่อช่วยลดผลกระทบทางการเงิน และกลับมาบริหารหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้งครับ

ข้อควรรู้ก่อนขอสินเชื่อรถแลกเงิน​

สำหรับใครที่ต้องการขอสินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดของคุณ โดยบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/

“กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ 12.82% - 24.00% สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://www.ngernhaijai.com/

Line : https://เงินให้ใจ.com/FL3ZAr

เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899

เงินให้ใจ | รถแลกเงิน วิ่งสู่ทุกโอกาส รู้ผลอนุมัติไว

บริการสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อรถแลกเงินจากเงินให้ใจ สำหรับคนที่ต้องการสินเชื่อเงินด่วน แต่รถยังมีขับ รู้ผลอนุมัติไว ผ่อนสบาย รับรถหลายประเภท สมัครได้แล้ววันนี้

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2569

บทความอื่น ๆ

สเตทเม้น

สเตทเม้นคืออะไร? ทำความเข้าใจความสำคัญของการทำธุรกรรมการเงิน

มาดูกันว่าสเตทเม้นคืออะไร? ครอบคลุมตั้งแต่นิยาม ความสำคัญ วิธีเดินบัญชีให้สวยดูดี ก่อนยื่นขอสินเชื่อจากธนาคาร รวมถึงคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสเตทเม้น

เผยแพร่ 31 ก.ค. 2569

ลงทุนขายอะไรดี งบน้อย

ยุคนี้ขายอะไรดี? รวม 10 ธุรกิจลงทุนน้อยที่ทำตามได้จริงในปี 2026

รวม 10 ธุรกิจลงทุนน้อยที่น่าสนใจ ทำได้จริงปี 2026 สำหรับผู้ที่กำลังมองหาว่าจะลงทุนขายอะไรดีในงบประมาณจำกัด เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้มั่นคง

เผยแพร่ 31 ก.ค. 2569

ผ่อนรถไม่ไหว คืนรถได้ไหม

ผ่อนรถไม่ไหวทำไงดี? วิธีเจรจาไฟแนนซ์ก่อนโดนฟ้องร้อง

ผ่อนรถไม่ไหวทำไงดี? เช็กวิธีเจรจาขอผ่อนผันค่างวดรถ ปรับเงื่อนไขสัญญาเดิม และแนวทางจัดการอย่างถูกวิธีเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้ไปต่อได้

เผยแพร่ 31 ก.ค. 2569