รีบวางแผนเมื่อรู้ตัวว่าจะผ่อนบ้านไม่ไหว รีบวางแผนเมื่อรู้ตัวว่าจะผ่อนบ้านไม่ไหว

ผ่อนบ้านไม่ไหว ทำอย่างไร? รวมทางออกสำหรับคนที่เริ่มมีปัญหาผ่อนบ้าน

เหตุการณ์ผ่อนบ้านไม่ไหว คือวิกฤติทางการเงินที่รายได้ไม่เพียงพอต่อค่างวดบ้าน ซึ่งเมื่อรู้ตัวว่าสถานการณ์นี้กำลังจะเกิด การวางแผนรับมือตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะสามารถแก้ปัญหาจากหนักให้เป็นเบาได้

บทความนี้ เงินให้ใจ จะพามาเจาะลึกสัญญาณเตือน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ผ่อนบ้านไม่ไหว และวิธีวางแผนแก้ไขที่ทำตามได้ เพื่อให้คุณยังคงรักษาบ้าน และสภาพคล่องไว้ได้อย่างปลอดภัย

5 สัญญาณเตือนวิกฤติก่อนที่จะ "ผ่อนบ้านไม่ไหว"

ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนแก้ไขยาก ลองมาสำรวจตัวเองก่อนว่าคุณกำลังเผชิญกับสัญญาณเหล่านี้อยู่หรือไม่ เพราะยิ่งสังเกตเจอเร็ว ยิ่งมีเวลาวางแผนรับมือได้ทันท่วงที

1. เริ่มหมุนเงินชนเดือน

สัญญาณแรกที่ชัดเจนที่สุดคือ เงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหมดก่อนถึงรอบเงินเดือนถัดไปทุกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังพอมีเหลือเก็บ หรือหากเป็นคนที่ไม่ได้ทำงานประจำ อาจเริ่มพบว่าเงินที่แบ่งสัดส่วนไว้ เริ่มสะเปะสะปะ

ฉะนั้นหากพบว่าตัวเองต้องคิดหนักทุกครั้งก่อนจ่ายค่างวดบ้าน นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ควรเริ่มทบทวนสถานะการเงินอย่างจริงจัง

2. ดึงเงินออมมาจ่ายค่างวดบ้าน

จากที่เคยจ่ายค่างวดเป็นประจำตามปกติ กลับต้องหยิบเงินสำรองฉุกเฉินหรือเงินออมมาใช้แทน พฤติกรรมนี้เป็นสัญญาณว่ากระแสเงินสดของคุณเริ่มไม่สมดุล และหากปล่อยไว้นาน เงินสำรองที่ควรมีไว้ยามฉุกเฉินก็อาจร่อยหรอลงเรื่อย ๆ

3. เริ่มจ่ายค่างวดล่าช้ากว่ากำหนด

แม้จะล่าช้าเพียง 1-2 วัน แต่พฤติกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการเงินเริ่มติดขัด หากปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยไม่หาทางแก้ไข ความล่าช้าอาจขยายเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน จนกลายเป็นการค้างชำระที่ส่งผลต่อประวัติเครดิตในที่สุด

4. หันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ

การหมุนเงินด้วยการกู้หนี้นอกระบบมาจ่ายค่างวดบ้าน เป็นสัญญาณเตือนระดับวิกฤติที่อันตรายที่สุด เพราะอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินกฎหมายกำหนด และจะเป็นการซ้ำเติมให้ภาระหนี้บานปลายจนยากที่จะควบคุม

หากเริ่มหมุนเงินไม่ทันควรหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้นอกระบบ แล้วเปลี่ยนมามองหาทางออกในระบบ เช่น

- การเจรจาขอปรับโครงสร้างหนี้

- การใช้สินเชื่อในระบบที่มีหลักประกัน และอัตราดอกเบี้ยเป็นธรรม

5. หนี้สินรวมเกิน 50% ของรายได้ต่อเดือน

เมื่อรวมภาระหนี้ทั้งหมด ทั้งหนี้บ้าน, บัตรเครดิต, รถยนต์ และหนี้อื่น ๆ แล้วพบว่าสูงเกิน 50% ของรายได้ต่อเดือน ถือเป็นสัญญาณของการเข้าสู่ภาวะหนี้สินที่ต้องระวัง ยิ่งยอดหนี้สูง ก็จะยิ่งทำให้เหลือพื้นที่ในการบริหารเงินน้อยลง

อาจมีผลกระทบอื่นตามมาเมื่อเกิดเหตุการณ์ส่งบ้านไม่ไหว

5 ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เมื่อส่งบ้านไม่ไหวแล้ว

หากปล่อยให้ปัญหาการผ่อนบ้านยืดเยื้อโดยไม่ติดต่อธนาคาร ธนาคารจะไม่ได้มองว่าเป็นแค่การผิดนัดชำระชั่วคราว แต่จะเริ่มดำเนินมาตรการทางกฎหมายตามลำดับ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวคุณ

1. ทำให้เสียประวัติเครดิต

เมื่อค้างชำระค่างวดติดต่อกันเกิน 90 วัน (3 เดือน) หนี้ก้อนนี้จะถูกจัดให้เป็น "หนี้เสีย" หรือ NLP (Non-Performing Loan) และประวัติการค้างชำระนี้จะถูกบันทึกไว้ในระบบข้อมูลเครดิตกลางที่สถาบันการเงินทุกแห่งสามารถตรวจสอบได้

แม้ในอนาคตเราจะไปขอสินเชื่อกับธนาคารอื่น ธนาคารนั้นก็จะเห็นประวัติค้างชำระนี้ด้วย ทำให้การขออนุมัติสินเชื่อต่าง ๆ หรือการรีไฟแนนซ์ในครั้งต่อ ๆ ไปทำได้ยากขึ้นมาก และตามกฎหมาย ข้อมูลนี้จะยังถูกเก็บไว้ในระบบต่อไปอีกไม่เกิน 3 ปี (36 เดือน) นับจากเดือนที่มีการรายงานข้อมูล แม้คุณจะชำระหนี้ครบแล้วก็ตาม

2. ต้องจ่ายดอกเบี้ยและค่าทวงถามหนี้เพิ่มขึ้น

เมื่อผ่อนช้ากว่ากำหนด ผู้กู้จะมีภาระเพิ่มขึ้นทั้งดอกเบี้ยผิดนัด และค่าทวงถามหนี้ ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังนี้

- ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ: อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาบวกไม่เกิน 3% (ตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย) เช่น ถ้าอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาคือ 7% ผู้ให้บริการทางการเงินจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ได้ไม่เกิน 10% โดยต้องคำนึงถึงประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาด้วย

- ฐานคำนวณดอกเบี้ยผิดนัด: คิดจากเงินต้นที่ผิดนัดจริง ไม่ใช่เงินต้นคงค้างทั้งหมด

- ​​​ค่าทวงถามหนี้: เพิ่มเข้ามาในแต่ละรอบที่ค้างชำระ โดยกฎหมายกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 50 บาทต่อรอบ ขึ้นอยู่กับจำนวนงวดที่ค้าง

- ​​​ลำดับการตัดชำระหนี้: ตัดค่างวดที่ค้างชำระนานที่สุดเป็นลำดับแรก โดยเมื่อชำระหนี้ เงินที่จ่ายเข้ามาจะถูกนำไปจ่ายค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และเงินต้นของงวดหนี้ที่ค้างชำระนานที่สุดก่อน

อย่างไรก็ตาม หากยังคงค้างสะสมต่อเนื่องหลายงวด ภาระดอกเบี้ยผิดนัดและค่าทวงถามหนี้ต่อรอบการทวงถามหนี้ที่ทบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละงวดก็จะทำให้ยอดหนี้รวมบวมเร็วขึ้น

3. เสี่ยงถูกดำเนินคดีและยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

หากค้างชำระต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ติดต่อธนาคาร ธนาคารจะเริ่มกระบวนการทางกฎหมาย โดยจะส่งหนังสือแจ้งเตือนให้เราชำระหนี้ก่อน หากยังไม่จ่ายอีก ธนาคารจะส่งหนังสือ "บอกกล่าวบังคับจำนอง" ก่อนที่จะฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

4. อาจต้องรับผิดชอบส่วนต่าง หากราคาขายทอดตลาดต่ำกว่ายอดหนี้

เมื่อบ้านถูกขายทอดตลาดแล้ว เงินที่ได้จะถูกนำไปชำระหนี้คงค้างก่อน หากขายได้ราคาสูงกว่ายอดหนี้ ธนาคารจะคืนเงินส่วนต่างให้ แต่ในทางกลับกัน หากขายได้ราคาต่ำกว่ายอดหนี้ ลูกหนี้จะยังคงมีภาระต้องชำระหนี้ส่วนที่เหลือให้ครบตามจำนวน

5. สูญเสียเงินที่ผ่อนไปพร้อมเงินดาวน์

เมื่อรวมทุกผลกระทบข้างต้นเข้าด้วยกัน สิ่งที่เสียไปไม่ใช่แค่ตัวบ้าน แต่คือเงินดาวน์ก้อนแรก และเงินผ่อนทุกงวดที่จ่ายไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปตัดดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น เท่ากับว่าสูญเสียทั้งบ้าน เงินที่ลงทุนไปทั้งหมด และอาจต้องแบกหนี้ส่วนต่างต่ออีกด้วย

วางแผนตั้งแต่ต้นเมื่อรู้ตัวว่าจะส่งบ้านไม่ไหว

หนทางแก้ไขถ้าผ่อนบ้านไม่ไหว ทำไงดี?

เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มผ่อนบ้านไม่ไหว สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่านิ่งเฉยหรือหนีปัญหา เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ทางเลือกในการแก้ไขก็จะยิ่งน้อยลง และผลกระทบก็จะยิ่งหนักขึ้นตามไปด้วย

ในทางกลับกัน หากรีบจัดการตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ยังมีอีกหลายวิธี ที่จะช่วยประคองสถานการณ์ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้

ขอผ่อนผันชั่วคราวกับธนาคารเดิม (พักชำระหนี้ / ขอลดยอดผ่อน)

หากพบว่าสภาพคล่องสะดุดชั่วคราวจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ให้รีบติดต่อธนาคารเดิมทันทีเพื่อขอมาตรการช่วยเหลือ เช่น การขอพักชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) หรือขอจ่ายค่างวดต่ำกว่าปกติ

- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว เช่น ตกงานระยะสั้น เจ็บป่วย หรือมีรายรับไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาหนึ่ง

- ข้อควรรู้: ระหว่างพักชำระหนี้บ้าน ดอกเบี้ยยังคงเดินตามปกติ และเนื่องจากเงินที่ผ่อนแต่ละงวดจะถูกนำไปตัดดอกเบี้ยก่อนเสมอ การจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยจึงทำให้ยอดเงินต้นไม่ลดลงเลยในช่วงที่พัก ส่งผลให้ระยะเวลาผ่อนชำระโดยรวมยืดออกไปจากเดิม

รีเทนชัน (Retention) หรือ รีไฟแนนซ์ (Refinance) เพื่อลดค่างวดระยะยาว

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยบ้านให้ต่ำลง จะช่วยลดค่างวดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนได้ โดยมี 2 วิธีคือ การขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม (Retention) หรือย้ายไปธนาคารใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยถูกกว่า (Refinance) พร้อมขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระออกไป

- เหมาะสำหรับ: คนที่ผ่อนบ้านมาครบ 3 ปีขึ้นไป แต่เจอปัญหาการเงินตึงมือ

- ข้อดี: ช่วยลดค่างวดต่อเดือนลง และประหยัดดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา

เปลี่ยนบ้านเป็นรายได้ ด้วยการปล่อยเช่า

หากบ้านอยู่ในทำเลที่มีความต้องการเช่าสูง อีกทางเลือกหนึ่งคือ การปล่อยเช่าบ้านหลังที่กำลังผ่อนอยู่ แล้วนำเงินค่าเช่าที่ได้มาช่วยจ่ายค่างวดแทน โดยตัวเราเองย้ายไปพักอาศัยในที่ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าเป็นการชั่วคราว เช่น กลับไปอยู่กับครอบครัวหรือเช่าห้องที่ราคาถูกลง

- เหมาะสำหรับ: คนที่มีทางเลือกเรื่องที่พักอาศัยชั่วคราวอยู่แล้ว และบ้านที่ผ่อนอยู่สามารถปล่อยเช่าได้ในราคาที่ใกล้เคียงหรือครอบคลุมค่างวดต่อเดือน

- ข้อดี: ยังคงกรรมสิทธิ์ในบ้านไว้ครบ ไม่ต้องขายทิ้ง และมีรายได้จากผู้เช่าเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระผ่อนแทนที่จะต้องควักเงินตัวเองทั้งหมด

ข้อควรรู้: ก่อนตัดสินใจ ควรตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาสินเชื่อว่าธนาคารอนุญาตให้ปล่อยเช่าได้หรือไม่ และอย่าลืมว่ารายได้ค่าเช่าที่ได้รับ ต้องนำไปยื่นเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมายด้วย

แก้ปัญหาหนี้บ้านด้วยการให้เช่าบ้าน

ประกาศขายบ้านอย่างถูกวิธี เพื่อจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากประเมินสถานการณ์แล้วพบว่า การแบกรับภาระผ่อนต่อในระยะยาวเริ่มไม่คุ้มค่า การตัดสินใจประกาศขายบ้านด้วยตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็เป็นทางเลือกที่สามารถทำได้ เพราะการขายเองตามราคาตลาด มักได้ราคาที่ดีกว่าการปล่อยให้เข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดในภายหลัง

- เหมาะสำหรับ: คนที่มองเห็นแล้วว่ารายได้หรือโครงสร้างการเงินเปลี่ยนไปในระยะยาว และต้องการปรับแผนการเงินให้เบาลงตั้งแต่ต้น

- ข้อดี: นำเงินที่ขายได้ไปปิดหนี้คงเหลือได้ หากมีเงินส่วนต่างเหลือก็จะได้เก็บไว้เป็นทุนตั้งต้นสำหรับก้าวต่อไป และการตัดสินใจขายตั้งแต่ยังผ่อนอยู่ในสถานะปกติ ยังช่วยรักษาประวัติทางการเงินให้อยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่องด้วย

เงินให้ใจขอตอบเกี่ยวกับส่งบ้านไม่ไหว ทําไงดี? (FAQ)

ผ่อนบ้านไม่ไหว ค้างค่าบ้านได้กี่เดือนก่อนมีปัญหา?

ทุกเดือนที่ค้างชำระจะก่อให้เกิดผลกระทบทันที ทั้งดอกเบี้ยผิดนัดที่เริ่มคิดเพิ่มและประวัติทางการเงินที่อาจได้รับผลกระทบ จึงไม่ควรรอให้ค้างครบจำนวนเดือนใดเดือนหนึ่งก่อนจึงเริ่มหาทางแก้ไข

ถ้ารู้ตัวว่าจะส่งบ้านไม่ไหว ควรติดต่อธนาคารตอนไหนดีที่สุด?

ควรติดต่อธนาคารทันทีที่รู้ตัวว่าสภาพคล่องเริ่มตึง ไม่จำเป็นต้องรอให้ค้างชำระก่อน เพราะธนาคารส่วนใหญ่มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ยังผ่อนปกติอยู่ ยิ่งติดต่อธนาคารเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสเจรจาขอความช่วยเหลือได้มากขึ้นเท่านั้น

ถ้าส่งบ้านไม่ไหว มีทางแก้อะไรบ้างนอกจากปล่อยให้ธนาคารยึด?

มีหลายทางเลือกที่จะช่วยประคองสถานการณ์ได้ เช่น

- ขอพักชำระหนี้ชั่วคราวกับธนาคารเดิม

- ทำรีเทนชันหรือรีไฟแนนซ์

- เสริมสภาพคล่องด้วยสินเชื่อในระบบ

สรุป

ปัญหาผ่อนบ้านไม่ไหวเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ หากรู้จักจัดการตั้งแต่เนิ่น ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่นิ่งเฉย และรีบติดต่อธนาคารทันทีที่เริ่มรู้สึกว่าหมุนเงินไม่ทัน เพราะยิ่งเข้าไปเจรจาเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีทางเลือกในการแก้ไขมากขึ้นเท่านั้น เพื่อให้คุณยังคงสามารถรักษาทั้งบ้าน เครดิตทางการเงิน และความมั่นคงในระยะยาวไว้ได้ครับ

สำหรับใครที่ต้องการขอสินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีของคุณ โดยบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดา 12.82% - 24.00% และกรณีนิติบุคคล 9.50% - 15.00% และ สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://www.ngernhaijai.com/

Line : https://เงินให้ใจ.com/FL3ZAr

เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899

เงินให้ใจ | รถแลกเงิน วิ่งสู่ทุกโอกาส รู้ผลอนุมัติไว

เผยแพร่ 31 ส.ค. 2569

บทความอื่น ๆ

ฟรีแลนซ์ ขอสินเชื่อจำนำทะเบียนรถควรเตรียมตัวยังไง

อาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ อยากขอสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ เตรียมตัวยังไงดี?

อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์อยากขอสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ ต้องเตรียมอะไรบ้าง? รวมหลักฐานรายได้ เอกสารสำคัญ และขั้นตอนก่อนยื่นขอสินเชื่อ

เผยแพร่ 30 ก.ย. 2569

ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ

เช็กลิสต์! 8 ค่าใช้จ่ายวัยเกษียณ อยากวางแผนเกษียณแบบโปรต้องรู้

เช็กลิสต์ 8 ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณที่คนใกล้เกษียณอายุต้องรู้ พร้อมสูตรออมเงิน 4% Rule จนถึงขั้นตอนวางแผนออมเงินให้อยู่รอดอย่างมั่นคง

เผยแพร่ 30 ก.ย. 2569

มีหนี้บัตรเครดิตหลายใบต้องวางแผนแก้หนี้ยังไง

มีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ ต้องจัดการยังไงให้ชีวิตไปต่อได้?

วิธีจัดการเมื่อมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบต้องเริ่มแก้อย่างไร? ลองมาดูวิธีวางแผนจัดการชำระหนี้ รวมถึงการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ให้ธุรกิจไปต่อได้

เผยแพร่ 30 ก.ย. 2569